เนี่ยอู้เซ็ง นักกระบี่นิยายกำลังภายใน ลายุทธภพ

โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 30 มกราคม 2552 10:34 น.

หากเปรียบ “สามทหารเสือ” ดั่งขุนพลแห่งตำนานวรรณกรรมฝรั่งเศสของโลกตะวันตกแล้ว โลกตะวันออกก็มี “สามนักกระบี่” เป็นขุนพลผู้สร้างตำนานนิยายกำลังภายใน คือ เนี่ยอู้เซ็ง, กิมย้ง, และโกวเล้ง และ ณ บัดนี้ โลกวรรณกรรมนิยายกำลังภายใน ก็ได้สูญเสียนักกระบี่ไปอีกคน คือ เนี่ยอู้เซ็ง หลังจากที่ได้สูญเสีย นักกระบี่โกวเล้งไปเมื่อ 24 ปีที่แล้ว (พ.ศ. 2528) เหลือเพียงนักกระบี่ท่านเดียวที่ยังมีชีวิตคือ ท่านปู่ กิมย้ง วัย 84 ปี

เนี่ยอู้เซ็ง หรือในเสียงอ่านภาษาจีนกลาง เหลียง อี่ว์เซิง(梁羽生) นักกระบี่ผู้รังสรรค์นิยายกำลังภายในรุ่นบุกเบิกแห่งฮ่องกง ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา ด้วยวัย 85 ปี เนื่องจากโรคมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะและอัมพฤกษ์ที่โรงพยาบาลในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

สำหรับผลงานที่โดดเด่นของนักกระบี่ท่านนี้ ได้แก่ นางพญาผมขาว (白发魔女), เจ็ดนักกระบี่แห่งเทียนซาน (七剑下天山), รอยแหนเงาจอมยุทธ์ (萍踪侠影录), หยุนไห่อี้ว์กงหยวน(云海玉弓缘)เป็นต้น

งานของเนี่ยอู้เซ็ง ที่มีฉบับแปลพากษ์ไทยเกือบ 10 เรื่อง ส่วนใหญ่แปลโดย จำลอง พิศนาคะได้แก่ แม่เสือขาว (พิมพ์ใหม่เปลี่ยนชื่อเป็น นางพญาผมขาว), เจ็ดนักกระบี่ (แห่งเทียนซาน), สามกระบี่สาว, มังกรมรกต, จ้าวแผ่นดิน, จอมยุทธ์สัญจรแห่งราชวงศ์ถัง เป็นต้น สำหรับ น. นพรัตน์ ก็ได้จับงานชิ้นเยี่ยมของเนี่ย อู้เซ็งมาแปล ได้แก่ รอยแหนเงาจอมยุทธ์ (ฉบับแปลครั้งแรกใช้ชื่อ กระบี่กู้บัลลังก์), นางพญาผมขาว สิงห์นิยายกำลังภายในชาวไทยกล่าวว่าสุดยอดนิยายกำลังภายในอีกเรื่องของเนี่ยอู้เซ็ง ที่ยังไม่มีผู้แปลฉบับพากษ์ไทยคือ หยุนไห่อี้ว์กงหยวน

งานเขียนของ เนี่ยอู้เซ็ง ครองใจนักอ่านทุกระดับชนชั้น หากเทียบกับงานเขียนของกิมย้งแล้ว ผลงานของ เนี่ยอู้เซ็ง จะมีพื้นฐานของโคลงกลอน นิยาย และประวัติศาสตร์จีนที่ลึกซึ้งมากกว่า นิยายกำลังภายในของเนี่ย อู้เซ็ง ทุกเรื่อง ได้รับการแปลเป็นพากษ์ภาษาอังกฤษ และภาษาต่างประเทศอื่นๆ

นิยายกำลังภายในภายใต้นามปากกา เนี่ยอู้เซ็ง เรื่องแรก เผยแพร่สู่บรรณพิภพเมื่อปี พ.ศ. 2497 (1954) จนถึงปี 2527 (1984) เนี่ย อู้เซ็ง มีผลงานฝากไว้ในบรรณภพตลอด 30 ปีนี้ รวมทั้งสิ้น 35 เรื่องด้วยกัน สร้างตัวละครมากกว่าร้อยตัว และได้รับการยกย่องสร้างสรรค์ตัวละครหญิงได้ดีที่สุดในเรื่องนางพญาผมขาว สำหรับผลงานชิ้นสุดท้าย คือ เรื่อง เฟิงเตา (封刀)หลังจากนั้นก็ล้างมือในอ่างทองคำ หันไปทุ่มเทเขียนนิยายอิงประวัติศาสตร์

สำหรับแนวคิด เกี่ยวกับ อู่เสีย (武侠) ของเนี่ย อู้เซ็ง คือ “อู่” ซึ่งหมายถึงการต่อสู้นั้นเป็นวิธีการ และ “เสีย” ซึ่งหมายถึงคุณธรรม ความกล้าหาญนั้น คือ เป้าหมายที่แท้จริง ดังนั้น เนี่ย อู้เซ็งจึงยึดถือหลักการ “ใช้คุณธรรมเพื่อหยุดการต่อสู้” เป็นแนวคิดพื้นฐานในการสร้างสรรค์งานเขียนกำลังภายใน

เหลียง อี่ว์เซิง 梁羽生 เกิดเมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2467 (1924) มีชื่อเดิม คือ ตั้ง บุ้นทง หรือในเสียงอ่านจีนกลางคือ เฉิน เหวินถ่ง (陈文统) บ้านเกิดอยู่ที่อำเภอเหมิงซานของดินแดนชนชาติจ้วงในเขตปกครองตัวเองกว่างซี หรือกวางสี เป็นครอบครัวบัณฑิตที่มีชื่อเสียงและมีฐานะดี เนี่ย อู้เซ็ง เติบโตท่ามกลางธรรมชาติภูเขาสวยงาม ทั้งยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์มากมายจากผู้ทรงความรู้ที่อพยพมาจากนครกวางเจา ซึ่งสิ่งแวดล้อมเหล่านี้เอื้ออำนวยแก่การอ่านหนังสือ เขียนบทกวี

เนี่ยอู้เซ็ง หลงใหลการอ่านนิยายกำลังภายในชนิดลืมกินลืมนอน กระทั่งเติบใหญ่เข้าสู่สังคม ก็ยังรักการอ่านและวิจารณ์นิยายกำลังภายใน กอปรด้วยความรู้มหาศาลด้านประวัติศาสตร์วรรณกรรม ภูมิหลังเหล่านี้เอง ได้สร้างรากฐานอันแข็งแกร่งในการสร้างสรรค์นิยายกำลังภายในแก่จอมยุทธ์นักเขียนท่านนี้

หลังสงครามต่อต้านญี่ปุ่นสิ้นสุดลง เนี่ยอู้เซ็ง เข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเนี่ยน้ำ (岭南大学) นครกวางเจา สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ หลังจบการศึกษา ด้วยจิตใจรักด้านประวัติศาสตร์, วรรณกรรม และโคลงกลอนกวีโบราณ จึงได้เข้าทำงานที่หนังสือพิมพ์ “ต้ากงเป้า” ของฮ่องกง ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่หนุนลัทธิการเมืองฝ่ายซ้าย ในปีพ.ศ. 2492 (1949) ก็ได้สิทธิพำนักถาวรในฮ่องกง ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ที่นครซิดนีย์

เนี่ยอู้เซ็ง มีนามปากกาหลายชื่อ เช่น เหลียง ฮุ่ยหรู , เฝิง อวี๋หนิง (*เสียงอ่านจีนกลาง)เป็นต้น โดยมีผลงานเขียนทั้งปกิณกะ บทวิจารณ์วรรณกรรม และบันทึกประวัติศาสตร์วรรณกรรม นอกจากนี้ยังเคยเขียนบทวิจารณ์หมากรุกจีน ภายใต้นามปากกา “เฉินหลู่” (*เสียงอ่านจีนกลาง) ซึ่งงานเขียนวิจารณ์หมากรุกจีนที่มีอรรถรส อ่านแล้วตื่นเต้นยิ่งกว่าลุ้นเชียร์ที่ขอบสนามเสียอีก

เนี่ยอู้เซ็ง ป่วยเป็นโรคมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ และได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2549 ในงานเลี้ยงที่ฮ่องกงและเป็นลมกลางงาน หลังจากนั้นก็ได้พักรักษาสุขภาพ ที่โรงพยาบาลนครซิดนีย์ จนกระทั่งเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา ด้วยวัย 85 ปี

น. นพรัตน์ เล่าชีวิต นักกระบี่ เนี่ยอู้เซ็ง

ในวาระการสูญเสีย “นักกระบี่” แห่งโลกนิยายกำลังภายในนี้ “มุมจีน” ได้สัมภาษณ์นักแปลนิยายกำลังภายในมือฉมัง คุณ น. นพรัตน์ เกี่ยวกับชีวิต และความโดดเด่นของงานเนี่ยอู้เซ็ง

คุณ น. นพรัตน์ เล่าถึง “เนี่ยอู้เซ็ง เป็นศิษย์พี่ของ กิมย้ง สำหรับคำ อู้เซ็ง นี้ มีความหมายถึง “ศิษย์ของแป๊ะอู้” แป๊ะอู้ หรือในเสียงอ่านจีนกลางคือ ไป๋อี่ว์(白羽 )เป็นนักเขียนนิยายกำลังภายในที่มีชื่อเสียงในยุคสาธารณรัฐจีน (1930-1940) เนี่ย อู้เซ็งเสื่อมใสงานของเขามาก จึงตั้งชื่อนามปากกาคารวะ แป๊ะ อู้ เป็นครู เช่นนี้

เนี่ยอู้เซ็ง จัดเป็นนักเขียนนิยายกำลังภายในรุ่นบุกเบิก โดยรุ่นก่อนหน้านั้น เรียกเป็นนิยายกำลังภายในรุ่นเก่าในยุคสาธารณรัฐ นิยายกำลังภายในห่างหายไปจากชีวิตผู้คนทั่วไปเป็นเวลานานนับจากช่วงปลายยุคสาธารณรัฐจีน ต่อเนื่องมาถึงยุคสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ซึ่งห้ามการเสพนิยายกำลังภายใน กระทั่งเนี่ยอู้เซ็ง และกิมย้งได้บุกเบิกนิยายกำลังภายใน จนเป็นที่นิยมทั่วดินแดนจีน ทั้งในฮ่องกง ไต้หวัน ถึงดินแดนที่มีชาวจีนโพ้นทะเลหนาแน่น เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เป็นต้น

ก่อนที่นิยายกำลังภายในเรื่องแรกของ เนี่ยอู้เซ็ง ถือกำเนิดในบรรณพิภพเมื่อปีพ.ศ. 2497 จ้าวสำนักวรยุทธ์ 2 สำนักในฮ่องกง คือ สำนักไท้เก๊ก และสำนักนกกระเรียนขาว เปิดศึกวิวาทะกัน และได้เริ่มโจมตีกันบนหน้าหนังสือพิมพ์ จากนั้นก็เปิดเวทีประลองยุทธ์แลกหมัดกันตัวต่อตัวที่เวทีเลยไถในมาเก๊า เป็นที่โจษจันฮือฮาทั้งในมาเก๊า และฮ่องกง กระทั่งบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ ซิงมึ่งป่อ (ซินหวั่นเป้า) เกิดความคิดและได้ชวน ตั้ง บุ้นทง เขียนนิยายกำลังภายในโดยใช้เหตุการณ์ประลองยุทธ์นี้ เป็นฉากหลัง เพื่อตอบสนองความสนใจผู้อ่าน และในวันที่สามของการประลอง นิยายกำลังภายใน เรื่อง “มังกรถล่มพยัคฆ์เมืองหลวง” (龙虎斗京华)ประพันธ์โดย เนี่ยอู้เซ็ง ก็ได้ปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์ซิงมึ่งป่อ นิยายกำลังภายในเรื่องแรกของ เนี่ยอู้เซ็ง นี้เอง ได้เปิดยุคนิยายกำลังภายในรุ่นบุกเบิก

ในปีถัดมา 2498 กิมย้ง ก็ได้ประเดิมนิยายกำลังภายในเรื่องแรกของเขาใน ซิงมึ่งป่อ เช่นกัน คือเรื่อง ตำนานอักษรกระบี่ 书剑恩仇录 ฉบับพากษ์ไทยโดย น. นพรัตน์ (ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์โทรทัศน์ ในชื่อ จอมใจจอมยุทธ์)จากนั้น เนี่ยอู้เซ็ง และกิมย้ง ก็ได้กลายเป็นดาวจรัสแสงผู้สร้างโลกนิยายกำลังภายในรุ่นบุกเบิก โดยมีโกวเล้งร่วมสร้างสรรค์สุดยอดเพลงกระบี่นิยายกำลังในอยู่ในไต้หวัน

สำหรับงานเขียนนิยายของ เนี่ยอู้เซ็ง ใช้ภาษาแบบแผน กระชับ มีจุดเด่นในการสร้างตัวละครโดยเฉพาะตัวละครหญิง เน้นศิลปะวรรณคดี เจ้าบทเจ้ากลอน มีผู้เปรียบงานของเนี่ย อู้เซ็ง เหมือนน้ำธรรมดาทั่วไป แต่เป็นน้ำบริสุทธิ์ที่ทุกคนขาดมิได้ สารัตถะในงานของเนี่ย อู้เซ็ง มุ่งแสดงความเป็นวีรบุรุษ ความรักชาติ ขณะที่เนื้อหานิยายของกิมย้ง เน้นไปที่ อธรรม

นอกจากนี้ เราสามารถสัมผัสบุคลิกของเนี่ยอู้เซ็งได้จากตัวละครเอกคือ เตี่ยตังปัง ใน “รอยแหนเงาจอมยุทธ์” ซึ่งสะท้อนบุคลิกของเนี่ย อู้เซ็งมากที่สุด อีกเรื่องที่จัดเป็นงานชิ้นเยี่ยม ซึ่งสร้างผู้ร้ายเป็นตัวเอกได้ดี คือ หยุนไห่อี้ว์กงหยวน

คุณ น. นพรัตน์ กล่าวอย่างอาลัยว่า

“การเสียชีวิตของเนี่ยอู้เซ็ง เสมือนการสูญเสียหยกที่ใสบริสุทธิ์ล้ำค่าเม็ดหนึ่งของจีน”

Advertisements

อ้อเล้งเซ็ง – นักศึกษามังกรหลับ

อ้อเล้งเซ็ง (臥龍生, Wolong Sheng) 1930–1997

ในปี 2500 กิมย้ง ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ในวงการยุทธจักรนิยายกำลังภายใน ด้วย เสี่ยเตียวเอ็งย้งตึ่ง ( มังกรหยก ) หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีนักเขียนอีกท่านหนึ่งเริ่มทอประกายขึ้นมาเช่นกัน นักเขียนท่านนั้น คือ อ้อเล้งเซ็ง

อ้อเล้งเซ็ง (แปลว่านักศึกษามังกรหลับ เป็นฉายาของขงเบ้งสมัยสามก๊ก) เป็นหนึ่งในสามนักเขียนชั้นนำของไต้หวัน ซึ่งประกอบด้วย โก้วเล้ง อ้อเล้งเซ็ง และ จูกวัะแชฮุ้น อ้อเล้งเซ็งเป็นนักเขียนที่ได้รับการโปรยหัวว่าเป็น เจ้ายุทธจักรนิยายมาตรฐาน มีคนบอกว่าอ้อเล้งเซ็งวางเค้าโครงเรื่องราวเดินลีลาดำเนินเรื่องอย่างได้บรรยากาศเป็นพิเศษ มีการบรรยายที่ลึกซึ้ง สำนวนที่เรียบลื่นสละสลวยระหว่างการโต้ตอบ ขณะที่บรรยาย จะสอดแทรกคำพังเพยโบราณเข้าไป


อ้อเล้งเซ็ง จูกวัะแชฮุ้น และ โก้วเล้ง

อ้อเล้งเซ็ง มีชื่อจริงว่า งู้เฮาะเต้ง (Niu Heting, 牛鹤亭) เกิดในปี 2572 เป็นชาวเมืองติ่งเพ้ง มณฑลฮ่อหนำ (Henan) มณฑลทางภาคเหนือของจีน) ยังไม่ทันสำเร็จการศึกษาจากสถานศึกษาอ้อเล้งจืออี่ ประเทศจีนก็เกิดสงครามกลางเมืองขึ้น จึงสมัครเข้ากองทหาร เมื่อปี พ.ศ. 2491 ได้ติดตามกองทัพคนหนุ่มมายังไต้หวัน ระหว่างประจำการ ก็จัดทำสิ่งพิมพ์ให้กับทางกองทัพบก หลังจากที่ได้รับการปลดประจำการ ก็บังเกิดแรงบันดาลใจริเริ่มเขียนยุทธจักรนิยายขึ้น

ผลงานยุคแรกของ อ้อเล้งเซ็ง ได้แก่ เกียฮ้งเจ่กเกี่ยมจิ้นกังโอ้ว และ ฮวงติ้งเฮียบอึ้ง เนื้อเรื่องและลีลาการเขียน ยังเดินทางสายเก่า ตามรอยนักเขียนเก่าอย่าง แต้เจ่งอิง (ผู้แต่ง เรื่อง เอ็งเยี้ยวอ้วง-เจ้ากงเล็บอินทรี) จูบักเจ็ง (ผู้แต่งเรื่อง ฉิกซัวะปี-หลักศิลาเจ็ดสังหาร) เพียงมีแต่สำนวนที่ราบรื่นอย่างยิ่ง ไม่นับว่ามีการบรรยายที่ละเอียดอ่อนสลักเสลาอย่างใด จวบจนกระทั่งในปี 2502 (มิ่นก๊กปี 48, ค.ศ. 1959) อ้อเล้งเซ็ง จึงประกาศศักดาในวงการยุทธจักรนิยายกำลังภายใน ด้วยเรื่อง ปวยอี่เกี่ยเล้ง (นางแอ่นเหิรสะท้านมังกร ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ – หงส์ฟ้าประกาศิต โดย สุทธิผล นิติวัฒนา) และ เง็กเทยเม้ง (ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ – กระบี่ล้างแค้น โดย ว ณ.เมืองลุง ) นำลงในหนังสือพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน โดยเฉพาะเรื่อง ปวยอี่เกี่ยเล้ง นั้นได้รับความนิยมในหมู่ผู้อ่านชาวจีนแทบทัดเทียมกับเรื่อง มังกรหยก ของ กิมย้ง ในช่วงนั้น นับว่าสะท้านทั่ววงการและประสบความสำเร็จอย่างสูง

อ้อเล้งเซ็ง ได้รับผลสะท้อนจาก กิมย้ง งานเขียนของเขาก้าวเข้าสู่อาณาจักรใหม่เขียนเรื่องด้วยความพิถีพิถัน ทั้งบรรยายเหตุการณ์ด้วยความละเมียดละมัย ทุกถ้อยคำทุกกระบวนท่าล้วนผ่านการเค้นสมองครุ่นคิด จนแทบสามารถหลับตานึกภาพได้ ทั้งสร้างสรรค์ตัวละครเปี่ยมไปด้วยสีสัน ทั้งยังเขียนถึงความนึกคิดจิตใจ อ้อเล้งเซ็ง ถนัดเขียนเรื่องยาว ด้วยสำนวนที่สละสลวย เรียบรื่นดั่งสายน้ำ ชวนให้ติดตามอ่านจนจบโดยไม่รู้ตัว

ในระหว่างถ้อยคำโต้ตอบ มักแฝงไปด้วยสุภาษิต คำพังเพยแต่โบราณเข้าไป ช่วยขับเน้นให้ผลงานของเขามีคุณค่าน่าอ่านยิ่งขึ้น นอกจากนั้นสำนวนของ อ้อเล้งเซ็ง ยังเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกกินใจ โดยเฉพาะในการบรรยายความรักระหว่างชายหญิงทำได้อย่างซาบซึ้งตรึงใจ ซึ่งอาจพ้องกันกับชีวิตในวัยฉกรรจ์ของเขา ที่เป็นนักรักอันช่ำชอง เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักร้องสาวพราวเสน่ห์หลายคน เพียงแต่เมื่อ แต่งงานมีเหย้าเรือนแล้วจึง ตัดขาดจากเรื่องราวเหล่านี้ไป

พื้นการศึกษาที่สูงส่งของเขา ช่วยขับผลงานของเขาให้มีคุณค่าน่าอ่านอย่างยิ่ง ส่งผลให้ชื่อเสียงของ อ้อเล้งเซ็ง โด่งดังเป็นที่รู้จักกันทั่ว ไต้หวัน ในฐานะ นักเขียนไต้หวันคนแรก ที่พอจะเทียบเคียง กับ กิมย้ง และ เนี่ยอู่เช็ง แห่งฮ่องกงได้ ทั้งยังส่งผลให้เป็น นักเขียน อันดับหนึ่ง แห่งไต้หวัน ในเวลานั้นอีกด้วย

เรื่อง ปวยอี่เกียเล้ง (หงส์ฟ้าประกาศิต) สถานีโทรทัศน์เจียสื่อแห่งฮ่องกงลอกพล็อตเรื่องทั้งหมดเปลี่ยนชื่อตัวละครต่างๆ สร้างเป็นภาพยนตร์ทีวี.เมืองไทยเคยเสนอฉายทางไทยทีวี.ช่อง 3 อ้อเล้งเซ็งได้รับผลสะท้อนจากกิมย้งแห่งฮ่องกง งานเขียนจึงก้าวเข้าสู่อาณาจักรใหม่

เรื่อง เง็กเทยเม้ง (กระบี่ล้างแค้น) เป็นการเปลี่ยนแปลงก้าวสำคัญของอ้อเล้งเซ็ง ช่วงเวลานี้อ้อเล้งเซ็งแทบเค้นสมองตั้งใจเขียน นอกจากสร้างตัวละครสีสันต่างๆ แล้ว ยังบรรยายถึงความนึกคิดทางจิตใจ สร้างชื่ออ้อเล้งเซ็งกระเดื่องเกริกไกร ลงหลักปักฐานในเส้นทางยุทธจักรนิยายตราบเท่าทุกวันนี้

นอกจากนั้น อ้อเล้งเซ็งยังมีผลงานดีเด่นอีกมากเรื่อง เช่น เทียนไง้เฮียบหลือ กิมเกี่ยมเตียวเล้ง (กระบี่ป้องปฐพี) เพียวฮวยเหล็ง (ประกาศิตบุปผา) กิมปิกเตี้ยมเล้งกี่ (ผู้ชนะไตรภพ) ฮวยหงส์ (ยอดนักบู๊ทะยานฟ้า) เป็นต้น โดยเฉพาะกิมเกี่ยมเตียวเล้ง (กระบี่ป้องปฐพี) ถือเป็นความสำเร็จเหนือคาดหมาย หลังจากที่โด่งดังจากเรื่องกระบี่ล้างแค้นแล้ว


ซีเบ๊จี่อิง (司马紫烟) อ้อเล้งเซ็ง (卧龙生) 独孤红 จูกัวะแชฮุ้น (诸葛青)

ผลงานของ อ้อเล้งเซ็ง มักนำลงในหนังสือพิมพ์รายวันก่อน จากนั้นค่อยจัดพิมพ์รวมเล่ม เขาถนัดจัดเจนในการเขียนเรื่องยาว และเป็นนักเขียนที่มีผลกระทบต่อวงการนิยายกำลังภายในอย่างใหญ่หลวง โครงเรื่องของเขามักถูกนักเขียนอื่น ‘หยิบยืม’ ไปใช้อยู่เสมอ แต่สิ่งที่ผู้อื่นไม่สามารถ ‘หยิบยืม’ ไปใช้ได้ คือ สำนวน ของเขา

อ้อเล้งเซ็งมีสำนวนการเขียนที่สละสลวย เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกโดยเฉพาะบรรยายความรักระหว่างชายหญิงได้อย่างซาบซึ้งตรึงใจ ซึ่งพ้องกับชีวิตเมื่อวัยหนุ่มฉกรรจ์ ที่เป็นนักรักอันช่ำชอง เคยใกล้ชิดสนิทสนมกับนักร้องพราวเสน่ห์หลายนางด้วยกัน แต่หลังจากที่มีครอบครัว ก็เลิกร้างห่างไกลจากแหล่งบันเทิงเริงรมย์แล้ว

นอกจากเขียนยุทธจักรนิยายแล้ว อ้อเล้งเซ็ง ยังเคยเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง เฮียบสือ เปียแขะ ซัวะชิ่ว (วีรบุรุษ เปาเปียว มือสังหาร) เขียนบทภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่องแป๋นึ่งซิ้งท่ำ (สองพ่อลูกยอดนักสืบ) และลกเอี้ยงยี้นึ่ง (วีรบุรุษวีรสตรีแห่งเมืองลกเอี้ยง) ให้กับสถานีโทรทัศน์ทางไต้หวัน นอกจากนั้นยังมีกิจการเรือประมง ตั้งฟาร์มเพาะเห็ดฟาง เปิดบริษัทอิมปอร์ต-เอ๊กปอร์ต แต่ยังคงไม่ร่ำรวยมหาศาลสักครั้งเคยปรากฏเจ้าสัวท่านหนึ่งกล่าวกับอ้อเล้งเซ็งและจูกัวะแชฮุ้นว่า “พวกคุณทั้งสองมีพรสวรรค์จริงๆ เพียงพกปากกา สักด้ามกระดาษสักแผ่นขีดๆเขียนๆตามอำเภอใจก็ได้เงินมา น่าเสียดายที่ค่าต้นฉบับน้อยเกินไป สู้ประกอบการค้าไม่ได้ หากปะเหมาะโชคดีมีโอกาสร่ำรวยเป็นล้าน

สิ่งเดียวที่น่าภาคภูมิใจคือพวกคุณมีชื่อเสียงยิ่งคนดำรงอยู่ในโลก ที่ยากฟันฝ่าคือด่าน “ชื่อเสียงลาภยศ”เจ้าสัวท่านนี้กล่าวได้ไม่ผิด คนเป็นเช่นนี้เอง เมื่อมีชื่อเสียงไม่แน่นักว่ามีเงินทอง คนมีเงินทองไม่แน่นักว่าจะมีชื่อเสียง

อ้อเล้งเซ็ง มีใบหน้าอิ่มเอิบ รูปร่างอ้วนใหญ่ หนัก 69 กิโลกรัม สูง 168 ซม.แต่งงานในปี 2506 กับ แม่พิมพ์ของชาติ นาม เอี้ยเงียมุ้ย มีบุตรธิดารวม 3 คน คนแรกเป็นบุตร สองคนที่เหลือเป็นธิดา

นอกจากงานเขียนนิยายกำลังภายในแล้ว อ้อเล้งเซ็ง ยังเคยเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ผู้เขียนบทภาพยนตร์ นอกจากนั้นยังมีกิจการทำการประมง ตั้งฟาร์มเพาะเห็ดฟาง ทำธุรกิจนำเข้าส่งออก แต่ยังคงไม่ร่ำรวยมหาศาลสักครา

อย่างไรก็ตาม จากผลงานที่ผ่านมา ทำให้ อ้อเล้งเซ็ง ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 3 ยอดนักเขียน นิยายกำลังภายในของไต้หวัน อ้อเล้งเซ็ง เสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2540 รวมอายุได้ 68 ปี ที่เหลือไว้ก็เพียงแต่ นิยายกำลังภายในที่ยังอยู่ในใจของใครหลายคนเท่านั้นเอง

ผลงานชิ้นสุดท้ายของท่านคือ ชุดนางสิงห์มือปราบ ขอให้เราท่านทั้งหลายที่ ชื่นชอบผลงานเขียนของท่าน ร่วมไว้อาลัยด้วยเทอญ

รายชื่อนิยายกำลังภายในของ อ้อเล้งเซ็ง ที่ได้รับการถอดความเป็นภาษาไทย

– ปวยอี่เกี่ยเล้ง (หงส์ฟ้าประกาศิต)
– ง็กเทยเม้ง (กระบี่ล้างแค้น)
– เทียนเฮีงเปียว (ห้ามังกร)
– ซู่ชิ่วเกียบ (มือมัจจุราช)
– กังเซาะเฮียงซึง (ลายแทงสีเลือด)
– เทียนเกี่ยมเจาะตอ (นักสู้ผู้เกรียงไกร)
– กิมเกี่ยมเตียวเล้ง (กระบี่ป้องปฐพี)
– เพียวฮวยเหล็ง (ประกาศิตบุปผา)
– เทียนเฮาะโพ่ว (เทพพิชิตศึก)
– จี้เกี้ยมอุ้ยโม้ว (อสูรมหากาฬ)
– ฉิกเจาะม้อเกี่ยม (พระยมผยอง)
– ชุ่ยซิ่วเง็กฮ้วง (ธำมรงค์มรกต)
– ซังหงส์กี้ (นักบู้เลือดเหล็ก)
– เปียวกี้ (ธวัชมังกรสยองขวัญ)
– ซิ้งงั่งอิ้วเล้ง (นักล่ากรรไกรทอง)
– ปวยเหล็ง (พยัคฆ์นักสู้ )
– ซิ้งจิวเฮ้าเฮียบตึง (เทพบุตรการกระบี่ทอง)
– โป๊ยฮวงปวยเล้งกี่ (สะท้านแปดทิศ หรือ มังกรกอบกู้ภัย)
– กิมปิกเตี้ยมเล้งกี่ (ผู้ชนะไตรภพ)
– ฮวยหงส์ (ยอดนักบู้ทะยานฟ้า)
– ชุนชิวปิก (กระบี่เกรียงไกร)
– อิงซอกังโอ้ว (มหาภัยบู้ลิ้ม )
– เอี้ยวฮวยฮ่วงเอ็งตึ่ง (พยัคฆ์เผด็จศึก)
– เฮ็กแป๊ะเกี่ยม (นางพญามหาภัย)
– เกี่ยมบ้ออุ้ง (กระบี่ประหารมาร)
– เทียนเล้งกะ (นางฟ้าประกาศิต)
– ปวยตอตุ้ยง้วย (กระบี่จักรพรรดิ)
– งึ่นง้วยปวยซึง (นักฆ่ามหาประลัย )
– กิมเทยเหล็ง (นางพญาสายรุ้ง)
– เกี่ยมขี่ตั่งเถียกเก้าเต้งเทียน (ฟันฝ่าเก้าชั้นฟ้า)
– ขลุ่ยครองฟ้า
– คัมภีร์เทพฤทธิ์
– โคมทองคะนองฤทธิ์
– นางสิงห์มือปราบ
– นางสิงห์กู้วิกฤต
– หยกมหาภัย


เซี่ยวเฮ้งโชว์
เรื่องราวต่อไปนี้เป็นการลอบเข้าไปอัดเทปการสนทนาของ อากู๋ กับ อาตี๋ สองอาหลานที่นั่งคุยกัน ซึ่งอาจจะมีขาดตกบกพร่องอันเนื่องมาจากการถอดเทป จึงขออภัยมานะที่นี้ ซึ่งใครชอบก็อ่านต่อ ใครไม่ชอบก็อ่านไปแล้วเงียบๆ ไว้นะขอรับ

อาตี๋ “ทำไมอากู๋จึงไม่หวนคืนสู่ยุทธภพขอรับ”
อากู๋ “ผิดถูกอยู่ที่ปาก ความลำบากอยู่ที่ตน ในเมื่อข้าอยู่อย่างสงบๆ ก็ดีอยู่แล้ว แล้วเจ้าจะให้ข้าไปเกลือกกลั้วในปลักน้ำอีกไปไย”
อาตี๋ “ในเมื่ออากู๋ตัดสินใจแล้ว ตี๋น้อยก็เคารพการตัดสินใจของอากู๋ แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว”
อากู๋ “มีอันใดที่ดี?”
อาตี๋ “ตี๋น้อยจะได้ไถ่ถามอากู๋ถนัดๆ หน่อย”
อากู๋ “แล้วเจ้าต้องการรู้เรื่องอะไรล่ะ อาตี๋น้อย”
อาตี๋ “ตี๋น้อยอยากให้อากู๋เล่าขานตำนานยุทธภพนะขอรับ”
อากู๋ “ยุทธจักรมีเรื่องราวมากมาย เจ้าต้องการให้อากู๋พูดเรื่องใด”
อาตี๋ “แล้วแต่อากู๋จะอยากเล่าขอรับ”
อากู๋ “ได้!! ข้าขอใบไผ่เขียว”
อาตี๋ “ไม่ได้หมายความอย่างนั้น ตี๋น้อยหมายถึงเล่าเรื่องขอรับ ไม่ใช่เหล้าสุรา”
อากู๋ “อ้าว!! นึกว่าเจ้าจะเสนอเหล้าให้ข้าซะอีก เอางี้!! เรื่องที่ข้าอยากเล่าก็คือเรื่องของ ผู้แต่งนิยาย”
อาตี๋ “โกวเล้ง กิมย้ง หวงอี้?”
อากู๋ “บุคคลอันสูงส่งเล่านี้ข้ามิบังอาจไปเอ่ยอ้างถึงดอก”
อาตี๋ “แล้วอากู๋ต้องการพูดถึงนักแต่งท่านใด”
อากู๋ “ผู้ที่มีชื่อเสียงหนึ่งในสามสุดยอดนักแต่งแห่งไต้หวั๋น ในไต้หวั๋นมากมายแต่มีที่สุดยอดเพียงสามคนเจ้าทราบหรือไม่ว่าข้าหมายถึงใคร?”
อาตี๋ “โกวเล้ง อ้อเล้งเซ็ง จูกัวะแชฮุ้น”
อากู๋ “วันนี้ข้าจะพูดถึงนักศึกษามังกรหลับ (อ้อเล้งเซ็ง) ซึ่งเป็นฉายาของขงเบ้งในยุคสามก๊กท่านนี้”
อาตี๋ “ใช่ผู้แต่ง กระบี่ป้องปฐพี ผู้ชนะไตรภพ มังกรกอบกู้ภัย ใช่ไหมขอรับ?”
อากู๋ “ถูกต้อง แล้วเจ้ารู้หรือไม่นิยายเรื่องแรกของอ้อเล้งเซ็งคือเรื่องใด?”
อาตี๋ “ใช่กระบี่ล้างแค้นหรือไม่?”
อากู๋ “ไม่! เรื่อง เง็กเทยเม้ง (กระบี่ล้างแค้น) ที่ท่าน ว.ณ เมืองลุงแปล เป็นเรื่องสร้างชื่อให้กับท่านอ้อเล้งเซ็งที่ควบคู่ไปกับ เซียนเฮาะซิ่งจำ (หงส์ฟ้าประกาศิต) ที่ท่านจำลอง พิศนาคะแปล แต่ยังไม่ใช่เรื่องแรกๆ ของท่านผู้นี้”
อาตี๋ “กระบี่ป้องปฐพี ผู้ชนะไตรภพ?”
อากู๋ “กิมเกี่ยมเตียวเล้ง กับ กิมปิกเตียมเล้งกี่ เป็นเรื่องภายหลังอีก”
อาตี๋ “ประกาศิตบุปผา ยอดนักบู๊ทะยานฟ้า?”
อากู๋ “เจ้าไม่ต้องคาดเดาแล้ว เพียวฮวยเหล็ง กับ ฮวยหงส์ ก็เป็นเรื่องภายหลังแล้ว แต่เป็นเรื่อง เกียฮ้งเจ่กเกี่ยม จิ้นกังโอ้ว และฮวงติ้งเฮียบอึ้ง (กระบี่สะท้านรุ้ง สยบยุทธจักร และ วีรบุรุษสลาตัน) จึงเป็นเรื่องในยุคแรกของท่านอ้อเล้งเซ็ง”
อาตี๋ “มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ ใครแปลขอรับ”
อากู๋ “ไม่มีคนแปล เพราะเป็นเรื่องที่เดินตามทางสายเก่าของ แต่เจ่งอิงและจูเจ็งบัก นักเขียนเก่า เพียงมีสำนาวนที่ราบรื่นไม่มีการบรรยายที่ลึกซึ้งอันใด”
อาตี๋ “ซึ่งเมื่อหาแนวทางของตนเองได้จึงเกิดเป็นกระบี่ล้างแค้นและหงส์ฟ้าประกาศิตใช่ไหมขอรับ?”
อากู๋ “ถูกต้อง ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้เป็นเกร็ดย่อยที่น่าสนใจด้วย”
อาตี๋ “เป็นเรื่องราวเช่นใดขอรับ”
อากู๋ “เมื่อตอนตีพิมพ์ที่ไต้หวั๋นทั้งสองเรื่องนี้ใช้ชื่อ เง็กเทยเม้ง (สาบานของปิ่นหยก, the Jade Hairpin and the Vow) และ เซียนเฮาะซิ้งจำ (กะเรียนเทพยดาเข็มเทพเจ้า) แต่เมื่อพิมพ์ที่ฮ่องกงกลับใช้ชื่อ เพ็กฮ้วยกิมเทย (เลือดกล้าปิ่นหยก) กับ ปวยอี่เกียเล้ง (นางแอ่นบินสะท้านมังกร, Flying Swallow Disturbing the Dragon)”
อาตี๋ “สำคัญจริงๆ”
อากู๋ “ที่สำคัญตอนพิมพ์ที่ไต้หวั๋นใช้ชื่ออ้อเล้งเซ็ง แต่ที่ฮ่องกงใช้ชื่อกิมท้ง”
อาตี๋ “แล้วกิมท้งผู้นี้ใช่หรือไม่? ที่เขียนกระบี่ล้างแค้นภาคสองต่อจนเลอะเทอะ”
อากู๋ “ถูกต้อง กิมท้งของฮ่องกงผู้นี้ฝีมือยังห่างไกลกับอ้อเล้งเซ็งมากนัก ซึ่งมิใช่ห่างไกลธรรมดา หากแต่ห่างไกลสี่หมื่นแปดพันลี้ เจ้าได้หยิบกระบี่ล้างแค้นภาคสองของอากู๋ไปอ่านแล้วหรือยัง”
อาตี๋ “อ่านแล้วขอรับ เปิดเรื่องมามั่วสนุกสนานเลย ตัวละครบุคลิกหลุดไปจากที่ท่านอ้อเล้งเซ็งแต่งไว้หมดสิ้น แต่พอไปได้ซักสิบกว่าตอนจึงค่อยดีขึ้นหน่อย”
อากู๋ “นี่จึงเป็นที่มาที่เมื่อประพันธ์สาส์นนำมาพิมพ์รวมเล่มจึงตัดทิ้งไป ซึ่งต้นฉบับปกอ่อนยาวถึง 105เล่ม แต่เมื่อตัดภาคสองออกจึงเหลือปกแข็งแค่ 10 เล่ม ทั้งๆที่ถ้าหากรวมภาคสองจะยาว 25-26 เล่มทีเดียว”
อาตี๋ “เห็นว่าท่าน ว. ถึงกับต้องเขียนขอโทษขอโพยนักอ่านทีเดียว”
อากู๋ “ช่วยไม่ได้ เงินทองไม่เข้าใครออกใคร ในเมื่อเรื่องนี้เป็นผลงานแปลเรื่องแรกของท่าน ว. ซึ่งมีการใช้สำนวนการแปลในรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากของเดิมที่เขียนเหมือนพงศาวดาร และยังมีการใช้สำนวนตลอดจนการตั้งชื่อฉายาที่แปลกใหม่ ซึ่งทำให้เป็นที่นิยมของตลาดในยุคนั้น”
อาตี๋ “และขายได้ขายดีจนเจ้าของสำนักพิมพ์ต้องขอร้องแกมบังคับให้ท่าน ว. แปลต่อใช่หรือไม่ขอรับ”
อากู๋ “ถูกต้อง ซึ่งเมื่อพูดถึงกระบี่ล้างแค้นแล้วจะไม่พูดถึงหงส์ฟ้าประกาศิตก็กระไรอยู่ ตี๋น้อยเจ้าเคยดูหนังเรื่อง คัมภีร์กระเรียนเซียนเหยียบฟ้าหรือไม่?”
อาตี๋ “หรือเป็นเรื่องเดียวกันขอรับ”
อากู๋ “ถูกต้อง ซึ่งในหนังได้ตัดบทบาทซือม่วยของพระเอกออกไป จึงเหลือนางเอกแค่สองคน แล้วเจ้าเคยดูละครทีวีเรื่อง เดชคัมภีร์กระบี่เลือด หรือไม่?”
อาตี๋ “หรือจะเป็นเรื่องเดียวกันอีก”
อากู๋ “ถูกต้อง ซึ่งในเรื่องนี้ทำตามต้นฉบับของอ้อเล้งเซ็งค่อนข้างมาก แต่น่าเสียดาย…..”
อาตี๋ “มีอันใดน่าเสียดายขอรับ”
อากู๋ “เสียดายที่ผู้สร้างเป็นเอทีวี ไม่ใช่ ทีวีบี จึงลุ้นยากมากที่จะทำออกมาเป็นวีซีดี”
อาตี๋ “แต่เมื่อปีกลายตี๋น้อยเคยดูที่ช่อง 5 ตอนกลางวันนะขอรับ”
อาตี๋ “มีเรื่องเช่นนั้น………ผู้ใดแอบลักลอบฟัง……ไสศีรษะออกมา…..”

ขออภัยที่ถูกอากู๋จับได้จึงอัดเทปมาได้เพียงนี้

(หลังจากนั้น… มีค่อขอรับ)

อากู๋ “………ว่าแต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าชื่อจริงของท่านอ้อเล้งเซ็งเรียกว่ากระไร?”
อาตี๋ “มิทราบขอรับ รู้แต่ว่าเป็นคนมณฑลฮ่อหนำของจีนเท่านั้น”
อากู๋ “ทราบเรื่องนี้ก็มิใช่ย่อยแล้ว ชื่อจริงของท่านอ้อเล้งเซ็ง คือ งู้เฮาะเต้ง แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่านามปากกาอ้อเล้งเซ็งมาจากไหน”
อาตี๋ “แว่วว่าเลียนแบบท่าน เพ้งกังปุกเสียวเซ็ง ขอรับ”
อากู๋ “ถูกต้อง จากข้อมูลที่ข้ามีสันนิษฐานว่าอ้อเล้งมาจากสถานศึกษาของท่านที่มีนามว่า อ้อเล้งจืออี่ ที่ประเทศจีน แต่น่าเสียดายที่ยังมิทันเรียนจบก็สมัครเข้าเป็นทหารในปี พ.ศ. 2491 ติดตามกองทัพจนมาประจำการที่ไต้หวั๋น เมื่อปลดประจำการจึงเกิดแรงบันดาลใจให้เขียนยุทธจักรนิยายขึ้น”
อาตี๋ “เท่าที่ตี๋น้อยทราบข่าวมา ท่านอ้อเล้งเซ็ง เสียชีวิตแล้ว มิทราบว่าเป็นความจริงหรือไม่ขอรับ”
อากู๋ “จริง ท่านอ้อเล้งเซ็งเสียชีวิตเพราะหัวใจวายตายเมื่อ วันที่ 22 มีนาคม 2540 สิริอายุรวม 68 ปี (นับจีน)”
อาตี๋ “แล้วมิทราบว่าท่านมีบุตรธิดาหรือไม่ขอรับ”
อากู๋ “ท่านแต่งงานเมื่อ ปีพ.ศ. 2506 มีบุตรธิดารวมสามคน คนโตเป็นชาย อีกสองคนเป็นผู้หญิง”
อาตี๋ “แล้วผลงานชิ้นสุดท้ายของท่านคือชุดนางสิงห์มือปราบใช่หรือไม่ขอรับ”
อากู๋ “ใช่ ผลงานชุดนี้ถือเป็นผลงานทิ้งทวนก่อนอำลาจากกันที่ถือว่าไม่เลวทีเดียว ไม่เหมือนคนบางคนที่ผลงานทิ้งทวนกลับชุ่ยจนแทบรับไม่ได้”
อาตี๋ “อากู๋กำลังหมายถึงใครบ้างที่ตี๋น้อยก็รู้ว่าใครใช่หรือเปล่าเนี่ย”
อากู๋ “อย่าไปแตะต้อง’ท่าน’เลย เดี๋ยวจะโดนหางเลขเข้าจะซวยอีก”
อาตี๋ “เอ้า!! ไม่พูดถึงก็ได้ งั้นตี๋น้อยของถามถึงผลงานของท่านอ้อเล้งเซ็งดีกว่า มิทราบว่าในบรรดาผลงานของท่านอากู๋ชอบเรื่องใดบ้างขอรับ”
อากู๋ “สำนวนการเขียนของท่านอ้อเล้งเซ็งล้วนสละสลวย เปี่ยมด้วยความรู้สึก โดยเฉพาะการบรรยายความรักระหว่างชายหญิงได้อย่างซาบซึ้ง ถือเป็นนิยายมาตรฐานของยุทธจักรนิยายได้เต็มภาคภูมิ ซึ่งในบรรดาเรื่องทั้งหมดของท่านข้ามีความผูกพันกับ กระบี่ล้างแค้น กับ กระบี่ป้องปฐพี เป็นพิเศษ”
อาตี๋ “หนึ่งเป็นผลงานแปลของท่าน ว.ณ เมืองลุง อีกหนึ่งเป็นผลงานแปลของท่าน น.นพรัตน์ มิทราบอากู๋มีความเห็นกับทั้งสองเรื่องนี้อย่างไรขอรับ”

(อ้าว หมดแว้ว…ซะงั้น)

ซีเบ๊เหล็ง – ขนนกที่ประดับบนหมวกขุนนาง

ซีเบ๊เหล็งเป็นหนึ่งในสามนักเขียนกำลังภายในมือหนึ่งของไต้หวัน สามนักเขียนมือหนึ่งที่ว่าประกอบด้วยอ้อเล้งเซ็ง จูกัวะแชฮุ้นและซีเบ๊เหล็ง สำหรับโก้วเล้งเปล่งประกายในภายหลัง ได้รับขนานเป็นยอดนักเขียนในนักเขียน

ซีเบ๊เหล็ง (ซีเบ๊เป็นแซ่ เหล็งคือขนนกที่ประดับบนหมวกขุนนาง) มีชื่อจริงว่าโง้วซือเม้ง ถือกำเนิดจากชาติตระกูลอันสูงส่ง บิดาเป็นแม่ทัพสมัยปฏิวัติแมนจู พี่ชายโง้วอิดอัน พี่สาวโง้วซุ้งลิ้ง ล้วนแล้วแต่เป็นนักบาสเกตบอลประจำทีมชาติไต้หวัน สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเจิ้งต้า เล่าเรียนในแนวทางการเมือง แต่เมื่อระหว่างการศึกษา อ้อเล้งเซ็งกับจูกัวะแชฮุ้นเขียนนิยายกำลังภายในสร้างชื่อลือลั่น ดังนั้นเขาพลอยรักสนุกอาศัยเวลาว่างจากการเรียน ใช้นามปากกาโง้วเล่ากือสือ (แปลว่าผู้บำเพ็ญจิตหอโง้ว)เขียนเรื่องกวนลกฮวงฮุ้นเป็นเรื่องแรก

เรื่องกวนลกฮวงฮุ้นสร้างความแปลกใหม่ให้แก่วงการนิยายกำลังภายในเสริมชื่อโง้วเล่ากือสือลือเลื่อง จนต้องเขียนเรื่องเกี่ยมซิ้งตึ่งกับเรื่องโป๊ยเปี้ยวฮ้งฮวง เป็นภาคสองและสามตามมา จากนั้นค่อยใช้นามปากกาซีเบ๊เหล็งเขียนเรื่องเกี่ยมขี่โชยฮ่วมลก สร้างชื่อขจรขจายอีกนามปากกาหนึ่ง ในที่สุดจึงใช้นามปากกาซีเบ๊เหล็งเพียงนามเดียว ผลิตผลงานออกมาอีกหลายสิบเรื่อง

เมื่อนิยายกำลังภายในเริ่มรุ่งเรืองที่ไต้หวัน ซีเบ๊เหล็งก็เข้าร่วมกับอ้อเล้งเซ็ง จูกัวะแชฮุ้นและนักเขียนเก่าอีกท่านหนึ่งนามพั่วเฮี้ยเล้าจู้ ออกนิตยสารรายสัปดาห์ชื่อเหง่ยอื้อบุ้น(ศิลปะและวรรณกรรม) นำลงนิยายกำลังภายใน เนื่องด้วยเขาอายุน้อยที่สุด จึงเป็นน้องสี่รั้งท้าย

นิตยสารเหง่ยอื้อบุ้นมีสำนักงานที่ถนนคุนหมิงอันเงียบสงบ เช่าบ้านไม้แบบโบราณกึ่งญี่ปุ่น เป็นสถานที่ผลิตต้นฉบับ น่าเสียดายนักศึกษาไม่ใช่พ่อค้า เนื้อหาสาระของนิตยสารจัดว่ายอดเยี่ยม แต่ขาดหัวการค้า ในที่สุดนิตยสารดังกล่าวต้องล้มพับไป

เมื่อสิ้นยุคของนิตยสารเหง่ยอื้อบุ้น พี่น้องทั้งหลายต่างแยกย้ายสู้อนาคตซีเบ๊เหล็งเป็นทั้งนักเขียนกำลังภายในกับนักศึกษามหาวิทยาเจิ้งเต้า ย่อมเป็นที่หมายปองของเพศตรงข้าม ในที่สุดเขาเลือกหญิงสาวชาวฮ่องกง ซึ่งมาพักอาศัยที่ไต้หวันเป็นคู่ครอง แต่งงานเป็นสามีภรรยาซื้อบ้านที่ถนนหย่งคัง มีเนื้อที่สี่สิบตารางวา ในนักเขียนนิยายกำลังภายในทั้งหลาย ซีเบ๊เหล็งเป็นคนที่มีครอบครัวสร้างฐานะเป็นบุคคลแรก ประสบความสำเร็จตั้งแต่เยาว์วัย ไม่ทราบเป็นที่อิจฉาเลื่อมใสของผู้คนเท่าใด

อ้อเล้งเซ็งซึ่งซีเบ๊เหล็งเรียกเป็นพี่สามไม่พิถีพิถันเสื้อผ้าอาภรณ์ตลอดจนบ้านช่องห้องหอและอาหารการกิน ซีเบ๊เหล็งกลับตรงกันข้าม เขาเลือกสรรเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ก้าวตามแฟชั่น เคหะสถานตกแต่งอย่างงดงาม ผนังแขวนภาพวาดลายพู่กันของจิตรกรมีชื่อ ด้านอาหารการกินก็พิถีพิถันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะชมชอบรับประทานไก่ มีรสนิยมสูงส่ง สามารถเป็นเพื่อนท่านไปท่องราตรี และเป็นเพื่อนท่านไปยังร้านโบราณวัตถุ และงานแสดงภาพวาดลายพู่กัน นอกจากนั้นยังมีความสามารถในการดูอัญมณี

น่าเสียดายซีเบ๊เหล็งในยุคหลังประสบความล้มเหลวด้านหน้าที่การงานต้องเดินทางกลับฮ่องกงด้วยมือเปล่า ปัจจุบันเริ่มต้นจับปากกาเขียนนิยายกำลังภายในใหม่บ้างแล้ว

นิยายกำลังภายในของซีเบ๊เหล็งเน้นที่คุณภาพ นับว่ามีส่วนสร้างสรรค์จรรโลงยุทธจักรนิยายก้าวล้ำไปอีกก้าวใหญ่ ผลงานของเขาที่ได้รับการถ่ายทอดสู่นักอ่านชาวไทยประกอบด้วย ตี่เกียงแจฮ้งกี่ (ผู้กล้าหาญนิรนาม) ทิเถียวฮุ้นกี้ (พิฆาตทรชน) อิ้มเบ๊อึ้งฮ้อ (ธรณีประลัย) และกิมพู้โต้ว (วีรบุรุษผู้พิฆาต) โดยเฉพาะเรื่องเส้นทางจอมยุทธ์ เป็นเรื่องที่พลิกแนวการเขียนใหม่ เปลี่ยนเป็นเดินสู่เส้นทางอีกสายหนึ่งของเขา

ผลงานที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย

1 วังมัจจุราช จำลอง พิศนาคะ เรื่องเดียวกับ พิชิตจอมมาร
2 ดาบกระชากเลือด น. นพรัตน์
3 ยอดคนมือพิษ น. นพรัตน์
4 วีรบุรุษผู้พิฆาต น. นพรัตน์
5 เส้นทางจอมยุทธ น. นพรัตน์ อาจยังมีขาย
6 ธรณีประลัย ว. ณ เมืองลุง สั่งซื้อ
7 ผู้กล้าหาญนิรนาม ว. ณ เมืองลุง
8 พิชิตจอมมาร ว. ณ เมืองลุง เรื่องเดียวกับ วังมัจจุราช
9 ยอดมนุษย์ยุทธจักร ว. ณ เมืองลุง

ที่มา chinastory.thport.com/author/a_29.html

เซาะงัง – ห่านป่าหิมะ

เซาะงังเป็นนักเขียนคนหนึ่งที่แฟนนักอ่านชื่นชอบมากเช่นกัน แนววาสนาปปาฏิหารย์ ตัวเอกหล่อ สาวหลง ประมาณนี้

ผลงานที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย

1 กระพรวนเลือด แปลโดย น. นพรัตน์ คะแนนความสนุก 7/10
พิมพ์ครั้งแรกเมือปี 2514 พิมพ์ครั้งล่าสุดโดย สพ สยามสปอร์ตพริ้นติ้ง ปี พ.ศ. 2538 มี 4 เล่มจบ

ภาพสุริยันเจ็ดสีแพรวพราย ที่ลึกลับ จารึกวิชาฝีมือที่สูงสุดยอด ผู้ใดที่ได้ไป ย่องตกเป็นเป้าจู่โจมทำร้ายของผู้คนทั้งแผ่นดิน เขาต้องกอบกู้ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลกลับมาให้ได้ ต้องเข่นฆ่าโจรร้ายที่โฉดชั่วให้หมดสิ้นไป กระพรวนเลือด เขียนถึงตัวเอกที่แบกความแค้นของตระกูล ภาวะแวดล้อม ที่บีบบังคั้น เพาะให้เป็นคนเปลือกนอกเย็นชากระด้าง ทั้งที่จิตใจระอุคุกรุ่น ติดตาม ไล่ล่าล้างแค้น สมดังวลี “กระพรวนเลือดสะท้านปฐพี กระบี่ขาวพิชิตทั่วไตรภพ” ตลอดทั้งเรื่องตอบโต้ด้วยถ้อยคำที่คมกริบ ต่อสู้ดุดันอำมหิต ประกันว่าดุเด็ดเผ็ด มันสมใจจริงๆ

2 จอกประลัย น. นพรัตน์ 5.5 กระทู้
พิมพ์ครั้งแรกเมือปี 2515 พิมพ์ครั้งล่าสุดโดย สพ สยามอินเตอร์คอมิก ปี พ.ศ. 2538 มี 4 เล่มจบ

การต่อสู้ดิ้นรน เอาชีวิตรอดตั้งแต่เล็ก เผชิญอันตรายนานัปการ ทำให้เกิดความเย็นชาต่อผู้คน ความแค้นของครอบครัว ยิ่งทำให้เกิดอคติต่อค่ายสำนักต่างๆในบู๊ลิ๊ม แต่ด้วยคุณธรรม มโนธรรม และ ความรัก ก่อให้เกิดเมตตาธรรม ให้อภัยแก่ผู้ที่สมควรให้อภัย

3 แดนมิคสัญญี น. นพรัตน์ 7/10 กระทู้
พิมพ์ครั้งแรกเมือปี 2514 พิมพ์ครั้งล่าสุดโดย สพ บรรณกิจ ปี พ.ศ. 2523 มี 4 เล่มจบ ถึงเวลาพิมพ์ใหม่ได้แล้ว

ตระกูลฮั่งทั้งตระกูล ถูกเข่นฆ่าสังหารสิ้นทั้งตระกูลภายในค่ำคืนเดียว เหลือเพียงฮั่งซ้งเหล็งที่ขณะนั้นออกท่องเที่ยวอยู่ภายนอกจึงรอดชีวิตมาได้ โดยเหล่าสหายของบิดาช่วยเหลือไว้ ขณะถูกเหล่าฆาตกรตามสกัดฆ่าฟัน นักพรตนกยูง (ขงเชียะจินหยิน) ได้เข้ามาช่วยชีวิตไว้ แล้วชักนำมาที่เทือกเขาเซี่ยงแป๊ะซัวเพื่อกราบ ผู้เฒ่ามหากาฬ (ไท้ฮือเล่านั้ง) เป็นอาจารย์ จึงได้ร่ำเรียนสัตตกระบี่มหากาฬ (แนเกี่ยมฉิกเจ๊าะเส็ก) จวบจนสี่ปีให้หลังจึงสำเร็จยอดวิชา ก่อนลงจากเขาผู้เฒ่ามหากาฬได้ใช้พลังการฝึกปรือกว่าหกสิบปีเข้าทะลวงจุดหยิมและต๊กให้กับฮั่งซ้งเหล็ง ตลอดจนมอบกระบี่เย็นผนึกโลหิต (ฮั่งเง็กเกาฮ้วยเกี่ยม) อันเป็นศาสตราวุธสุดวิเศษ ที่คมกล้าฟันหยกดุจฟันหยก ตัวกระบี่ยะเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็ง ยามฟันส่วนสัดอวัยวะผู้คนขาดสะบั้นผิวกายจะเย็นยะเยือก โลหิตผนึกแข็งตัว ยามกะทันหันไม่ปรากฏโลหิตหลั่งไหล ซึ่งก่อนจะออกท่องยุทธภพ สำนักกระบี่ยะเยียบ (ฮั่งเกี่ยมมึ้ง) ตรากฎไว้ว่า ศิษย์ของสำนักทุกคนจะต้องผ่านด่านความเป็นความตาย (แซซี้กวน) ที่หุบเขาวิมานแมน (อิมมั่งก๊ก) เสียก่อน จึงจะสามารถศึกษาหลักวิชาขั้นสูงสุดของสำนักได้ ในขณะออกท่องยุทธภพ วิหารไตรภพ (ซาฮุดไท้) ศัตรูของฮั่งซ้งเหล็งได้ระดมกำลังออกสกัดเข่นฆ่าทายาทเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลฮั่งผู้นี้ ในขณะเดียวกันฮั่งซ้งเหล็งก็ได้พบพานมิตรสหายมากมาย ไม่ว่าจะเป็น นักศึกษาสี่สุดยอด (สี่เจาะจือเซ็ง) ผู้เหี้ยมหาญแดนดิน ตลอดจน จอมกระบี่สันโดษ (ฮวงเซี้ยโกวเกี่ยม) อี้เกี้ยฮง และได้พบกับโฉมสะคราญผู้รู้ใจอันได้แก่ สุราค์หิมะ (เซาะเฮียบ) บ๊วยเอี่ยมฮุง และเทพธิดาหงส์ขาว (แป๊ะหงส์กงจู้) แป๊ะหงส์

4 ถล่มอเวจี น. นพรัตน์ 6/10 กระทู้
พิมพ์ครั้งแรกและครั้งเดียวเมือปี 2515 สพ บันดาลสาส์น เล่มเล็ก จำนวน 17 เล่มจบ รวมเล่มทำปกแข็ง 3 เล่มจบ

เรื่องนี้แตกต่าง ไม่เหมือนของเซาะงังแบบเดิม ไม่ใช่แนวฝึกวิชา วาสนาปาฏิหารย์ เนื้อเรื่องจบเป็นตอนตอน แต่เชื่อมโยงกัน คล้ายเรื่องทะลวงเลือด

5 ทะลวงเลือด น. นพรัตน์ 8/10
พิมพ์ครั้งแรกและครั้งเดียวเมือปี 2529 สพ สยามสปอร์ตพริ้นติ้ง จำนวน 1 เล่มจบ
แบบว่าเดินเรื่องล้างแค้น ตัวเอกหล่อหญิงชอบ โครงเรื่องดี กระชับ (อาจเพราะไม่ใช่เรื่องยาว) สนุก มันส์ ได้ลุ้นเพราะไม่ได้เขียนตัวเอกเก่งจนไร้เทียมทาน

6 ถล่มเทพสวรรค์ ทะลวงเลือด ตอน ถล่มเทพสวรรค์ น. นพรัตน์ 8/10
พิมพ์ครั้งแรกและครั้งเดียวเมือปี 2529 สพ สยามสปอร์ตพริ้นติ้ง จำนวน 1 เล่มจบ

ตอนต่อจาก ทะลวงเลือด ประมุขป้อมวชิระปาเลี่ยงตั๊กแม้ตายแล้ว เทพสวรรค์เจ้ากระบี่ ไฮ้กวง ยังคงอยู่ บุคคลแรกเป็นคู่แค้นเปิดเผย บุคคลหลังกลับเป็นศัตรู เร้นลับ ที่ลอบวางแผนล้มล้างสำนักเจ็ดดาว ในวันคล้ายวันเกิดปีที่เจ็ดสิบของเทพสวรรค์เจ้ากระบี่ ฮั่งแชงัก ฝ่าลมหิมะอันเย็นเยียบ เหยียบย่างเข้าเมืองน้อยเลี้ยงชั้ง เพื่อทวงถามความแค้นคร้งสำคัญ เขา หลุดพ้นจากถ้ำเสือ พลัดเข้าวังมังกร อาศัยจิตใจที่เข้มแข็ง ปณิธานที่หาญมุ่ง ฟันฝ่าขวากหนาม อันคดเคี้ยวอันตรายที่ขวางหน้า โดยมีโฉมสะคราญผู้รู้ใจอยู่เคียงข้าง เพื่อบรรลุถึงจุดหมายที่ วางไว้

7 นางแอ่นทะลวงศึก ทะลวงเลือด ตอน นางแอ่นทะลวงศึก น. นพรัตน์ 7.5/10
พิมพ์ครั้งแรกและครั้งเดียวเมือปี 2529 สพ สยามสปอร์ตพริ้นติ้ง จำนวน 1 เล่มจบ

เป็นตอนสุดท้ายของชุดทะลวงเลือด มังกรพิษลึกซึ้งชั่วร้าย นางแอ่นศักดิ์สิทธิ์งดงามพริ้งพราย สมาคมเทิดฟ้า ที่กวาดต้อนยอดฝีมือทั้งแผ่นดินไว้ในสังกัด ตระเตรียมครองความเป็นใหญ่ในยุทธจักร ดังนั้นที่ฮั่งแชงักเผชิญหน้า เป็นขุมกำลังอันกล้าแข็งสุดเปรียบปาน เสนอหน้าเข้ากอบกู้ชะตากรรม ยืนหยัดกลางกระแสเชี่ยว เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กับบู๊ลิ้มส่วรรวม แต่ค่าตอบแทนที่จ่ายออกไป ช่างยิ่งใหญ่ไพศาลนัก!

8 เทพทมิฬ น. นพรัตน์ 7/10
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ เพลินจิตต์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2510 3 จำนวน 23 เล่มจบ (เล่มเล็ก) และรวมเล่ม ทำปกแข็ง 3 เล่ม
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ บรรณาคาร พิมพ์ปี พ.ศ. 2522 จำนวน 6 เล่มจบ

9 ประทับมรณะ น. นพรัตน์ 7/10
พิมพ์ครั้งแรกเมือปี 2513 พิมพ์ครั้งล่าสุดโดย สพ วิถีบูรพา ปี พ.ศ. 2548 มี 4 เล่มจบ

ตัวเอก “ท้งเทียนคี้” บุครเจ้าเกาะดอกท้อ บิดามารดาถูกเหล่าอธรรมรุมสังหาร ท้งเทียนคี้ ได้ลายแทงขุมทรัพย์วิชาบู๊จารึกหลักวิชามังตรขนด หลังจากฝีกวิชาสำเร็จก็ออกล้างแค้นคนที่ล้มล้างเกาะดอกท้อและเกาะดอกเหมย สุดท้ายยังได้รับวิชากระบี่ พร้อมกับกระบี่เศียรมังกร ในเรื่อง ท้งเทียนคี้ ได้แต่งกับ สาวสวย หลายนาง อาทิ บุตรีเจ้าเกาะดอกเหมย สองพี่น้องบุตรีของเจ้าเกาะเทพเจ้า ประมุขหุบเขามวลบุปผา บุตรีแพทย์ปิศาจ และก็ราชธิดาหมื่นกระบี่ นับว่าเป็นเรื่องที่สนุกทีเดียว

10 ผลาญโลกันต์ น. นพรัตน์ 7/10
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ บันดาลสาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2515 จำนวน 18 เล่มจบ (เล่มเล็ก) และรวมเล่ม ออกฉบับปกแข็ง 3 เล่มจบ ในปีเดียวกัน
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ วิถีบูรพา พิมพ์ปี พ.ศ. 2551 จำนวน 3 เล่มจบ

แนว ฝีกวิชา ล้างแค้น จัดว่าสนุก

11 พัดเทวราช น. นพรัตน์ 6/10
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ บันดาลสาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2514 จำนวน 20 เล่มจบ (เล่มเล็ก) และรวมเล่ม ออกฉบับปกแข็ง 3 เล่มจบ ในปีต่อมา
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ สยามสปอร์ตพริ้นติ้ง พิมพ์ปี พ.ศ. 2536 จำนวน 12 เล่มจบ

ตามสไตล์เซาะงัง พระเอกหล่อ เย็นชา สาวตรึม ไม่แหวกแนว ผลงานแผ่วของ เซาะงัง

12 แส้สะบัดเลือด น. นพรัตน์ 8/10
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ สยามสปอร์ตพริ้นติ้ง พิมพ์ปี พ.ศ. 2531 จำนวน 4 เล่มจบ

ใครเป็นแฟนเซาะงัง เรื่องนี้ไม่ควรปล่อยผ่าน

13 แส้สังหาร น. นพรัตน์ 6.5/10
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ บันดาลสาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2515 จำนวน 15 เล่มจบ (เล่มเล็ก) และออกฉบับปกแข็งรวมเล่ม 3 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ วิถีบูรพา พิมพ์ปี พ.ศ. 2549 จำนวน 3 เล่มจบ

14 ดาบเผด็จศึก ว. ณ เมืองลุง 7/10
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ บรรณาคาร พิมพ์ปี พ.ศ. 2529 จำนวน 3 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ บรรณาคาร พิมพ์ปี พ.ศ. 2534 จำนวน 3 เล่มจบ

อาตี๋ “น้อมเรียนถามอากู๋ว่า เรื่องนี้ใช่ผลงานของเซ่ะงังใช่หรือไม่ขอรับ”
อากู๋ “อันใดทำให้เจ้าเข้าใจเยี่ยงอย่างนั้น”
อาตี๋ “ก็ฉากบู๊ที่ไม่มีใครเหมือน แล้วยังจะสไตล์การดำเนินเรื่องที่ฉับไงจะมีใครอีก”
อากู๋ “ถูกต้อง แต่ความโดเด่นของเรื่องนี้ก็คือ ความคล้ายคลึงกับทะลวงเลือด เพียงแต่กลับทิศกัน”
อาตี๋ “กลับทิศกันเยี่ยงไร?”
อากู๋ “ในทะลวงเลือดเปิดฉากที่พระเอกถูกรุมจนต้องตกลงจากผามหาโพธิ์ แล้วจึงกลับมาแก้แค้น”
อาตี๋ “แต่อันนี้จะเป็นฉากจบของเรื่องนี้ใช่ไหมขอรับ”
อากู๋ “ถูกต้อง”
โดย เซี่ยวเฮ้ง 4 ก.พ. 48 จากเว็บ มือปีศาจ

15 มรสุมโลหิต ว. ณ เมืองลุง 6.5/10
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ ประพันธ์สาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2510 จำนวน 32 เล่มจบ (เล่มเล็ก) และฉบับรวมเล่มปกแข็ง
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ ประพันธ์สาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2522 จำนวน 8 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 3 สพ ประพันธ์สาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2540 จำนวน 2 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 4 สพ สร้างสรรค์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2547 จำนวน 3 เล่มจบ

อุปสรรคเภทภัยอันตราย ที่รุมซ้ำกระหน่ำ แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ สามารถต่อสู้ฟันฝ่าจนผ่านพ้นมาได้ ความรักที่ยุ่งเหยิง หลากหลายสตรีที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แต่เรื่องราวก็จบลงอย่างสุขสมหวัง

“ลูกผู้ชายแก้แค้น 20 ปี ก็ยังไม่สาย” วาจานี้เป็นหลักการที่จอมยุทธวัยทารกคุ้ยงังเพี้ย ยึดมั่นเสมอมา มิเปลี่ยนแปร เมื่อได้เห็นบิดามารดาผู้ให้กำเนิดถูกมารชั่วร้ายในวงพวกนักเลงที่ล้วนเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งบีบบังคับจนต้องฆ่าตัวตายอย่างคั่งแค้น

16 มังกรหฤโหด ว. ณ เมืองลุง 6/10
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ ประพันธ์สาส์น อิงพิมพ์ปี พ.ศ. 2509 จำนวน 34 เล่มจบ (เล่มเล็ก) และฉบับรวมเล่มปกแข็ง 7 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ โชคชัยเทเวศน์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2523 จำนวน 7 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 3 สพ สร้างสรรค์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2545 จำนวน 3 เล่มจบ

เซียวเส็ก

เซียวเส็ก

นักเขียนชั้นแนวหน้าท่านหนึ่งของไต้หวัน ผลงานเรื่องแรกของท่านคือ เลาะแชตุยฮุ้น (ดาวร่วงทวงวิญญาณ หรือ เพชฌฆาตหน้าหยก) ซึ่งสร้างชื่อเซียวเส็ก เลื่องระบือไปทั้งฮ่องกงและไต้หวัน ติดตามด้วย ซิ่งเกี่ยมเซี่ยยิก (พิชิตสุริยัน) ผลงานต่อมามี เกี่ยวชุ่ยคุนลุนเต้ง (ทมิฬสำอาง) กังโอ้วต๊กโกวเล้ง (มังกรทระนง) จุ่ยเกี่ยมเลี่ยงฮุ้นลก (อัจฉริยะหน้าหยก) เฮียบกุกยิ้วเช้งตึ่ง (อินทรีกาญจนา) ชั้งเช้งเกี่ยม (พญายมหน้าเย็น) ดาวเพชฌฆาต และ ผลงานเรื่องสุดท้ายคือ ซิกฮุ้นนั้ง (เทพทวงวิญญาณ)

แนวเนื้อเรื่อง ฝึกวิชา วาสนาซ้ำซ้อน ล้างแค้นแทนบุพการี ของวิเศษ ตัวเอกอัจฉริยะ หน้าตาหล่อเหลา สาวกรี๊ดตรึม

ผลงานที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย

1 เพชฌฆาตหน้าหยก แปลโดย ว. ณ เมืองลุง
2 พิชิตสุริยัน ว. ณ เมืองลุง
3 เก้ามัจจุมาร น. นพรัตน์
4 จอมใจจอมสังหาร น. นพรัตน์
5 ทมิฬสำอาง น. นพรัตน์
6 เทพทวงวิญญาณ น. นพรัตน์
7 นักฆ่าทรนง น. นพรัตน์
8 พญายมหน้าเย็น น. นพรัตน์
9 อัจฉริยะหน้าหยก น. นพรัตน์
10 อินทรีกาญจนา น. นพรัตน์
11 ดาวเพชฌฆาต ว. ณ เมืองลุง

ผลงานระดับเยี่ยมของท่าน เพชฌฆาตหน้าหยก เทพทวงวิญญาณ
ผลงานระดับดี นักฆ่าทรนง จอมใจจอมสังหาร (สองเรื่องนี้เนื้อเรื่องคล้ายๆ กัน) ทมิฬสำอาง อัจฉริยะหน้าหยก อินทรีกาญจนา
ผลงานระดับรอง เก้ามัจจุมาร พญายมหน้าเย็น
ผลงานระดับแผ่ว ดาวเพชฌฆาต พิชิตสุริยัน

ผลงานของ เซียวเส็ก ได้รับการตีพิมพ์ต่อเนื่อง ไม่ยากที่จะตามเก็บมาอ่านสะสมได้ทุกเรื่อง

เพชฌฆาตหน้าหยก
ผู้แปล ว. ณ เมืองลุง
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ เพลินจิตต์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2507 จำนวน 44 เล่มจบ (เล่มเล็ก)
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ เพลินจิตต์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2507 จำนวน 5 เล่มจบ (รวมเล่มเล็กทำปกแข็ง)
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ ประพันธ์สาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2520 จำนวน 8 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 3 สพ โชคชัยเทเวศน์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2523 จำนวน 8 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 4 สพ บรรณาคาร พิมพ์ปี พ.ศ. 2544 จำนวน 5 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 5 สพ สร้างสรรค์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2547 จำนวน 3 เล่มจบ อาจยังมีจำหน่าย

เทพทวงวิญญาณ กระทู้
ผู้แปล น. นพรัตน์
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ บันดาลสาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2518 จำนวน 18 เล่มจบ (เล่มเล็ก)
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ บันดาลสาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2518 จำนวน 4 เล่มจบ (รวมเล่มเล็กทำปกแข็ง)
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ วิถีบูรพา พิมพ์ปี พ.ศ. 2550 จำนวน 3 เล่มจบ

จอมใจจอมสังหาร กระทู้
ผู้แปล น. นพรัตน์
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ บันดาลสาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2514 จำนวน 19 เล่มจบ (เล่มเล็ก)
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ บันดาลสาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2515จำนวน3 เล่มจบ (รวมเล่มเล็กทำปกแข็ง)
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ วิถีบูรพา พิมพ์ปี พ.ศ. 2551 จำนวน 3 เล่ม

นักฆ่าทระนง (เพ็กงั่งกิมพ้ง)
ผู้แปล น. นพรัตน์
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ บรรณกิจ พิมพ์ปี พ.ศ. 2521 จำนวน 30 เล่มจบ (เล่มเล็ก)
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ บรรณกิจ พิมพ์ปี พ.ศ. 2521 จำนวน 7 เล่มจบ (รวมเล่มเล็กทำปกแข็ง)
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ สยามสปอร์ตพริ้นติ้ง พิมพ์ปี พ.ศ. 2535 จำนวน 21 เล่มจบ อาจมีขาย

ทมิฬสำอาง กระทู้
ผู้แปล น. นพรัตน์

พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ บันดาลสาส์น – อ้างอิงพิมพ์ปี พ.ศ. 2513 จำนวนเล่มจบ : 18 เล่มจบ (เล่มเล็ก)
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ บันดาลสาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2513 จำนวน 3 เล่มจบ (รวมเล่มเล็กทำปกแข็ง)
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ คลังวิทยา พิมพ์ปี พ.ศ. 2521 จำนวน 4 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 3 สพ สยามสปอร์ตพริ้นติ้ง พิมพ์ปี พ.ศ. 2538 จำนวน 4 เล่มจบ

อัจฉริยะหน้าหยก
ผู้แปล น. นพรัตน์
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ บันดาลสาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2516 จำนวน 20 เล่มจบ (เล่มเล็ก)
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ บันดาลสาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2516 จำนวน 4 เล่มจบ (รวมเล่มเล็กทำปกแข็ง)
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ บรรณกิจ พิมพ์ปี พ.ศ. 2521 จำนวน 4 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 3 สพ สยามสปอร์ตพริ้นติ้ง พิมพ์ปี พ.ศ. 2537 จำนวน 4 เล่มจบ

อินทรีกาญจนา
ผู้แปล น. นพรัตน์

พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ บันดาลสาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2515 จำนวน 19 เล่มจบ (เล่มเล็ก)
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ บันดาลสาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2515 จำนวน 3 เล่มจบ (รวมเล่มเล็กทำปกแข็ง)
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ บรรณาคาร พิมพ์ปี พ.ศ. 2522 จำนวน 4 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 3 สพ สยามสปอร์ตพริ้นติ้ง พิมพ์ปี พ.ศ. 2539 จำนวน 4 เล่มจบ

พญายมหน้าเย็น
ผู้แปล น. นพรัตน์
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ บันดาลสาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. จำนวน 4 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ วิถีบูรพา พิมพ์ปี พ.ศ. 2549 จำนวน 3 เล่มจบ

เซียวอิด – เลิศล้ำแซ่เซียว

เซียวอิด (เซียวเป็นแซ่ อิดแปลว่าเลิศล้ำ) เป็นหนึ่งในสิบเจ้ายุทธจักรนิยายขิงไต้หวัน มีชื่อจริงว่า เซียวเก่งยิ้น เป็นคนมณฑลชานตุง บิดาเป็นนายทหารที่มีเกียรติประวัติในการสู้รบกับทหารญี่ปุ่น เมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่สอง ถือกำเนิดจากครอบครัวชายชาติทหาร มีวิชาความรู้ติดตัว สำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรม แต่เมื่อยุคสมัยที่ไตหวันเฟื่องนิยายกำลังภายใน ได้พาตัวเองเข้าสู่แวดวงยุทธจักรนิยาย

เซียวอิดเริ่มงานเขียนเมื่อมิ่นก๊กปีที่ 50 (ค.ศ. 1961) ผลงานเรื่องแรกของเขาคือ ทิงังซึงเล้ง ซึ่งที่ผ่านมามีผลงานเรื่องยาวประมาณสามสี่สิบเรื่อง มีอยู่หลายเรื่องได้รับการสร้างเป็นภาพยนต์ทางจอเงิน

ในนักเขียนนิยายกำลังภายใน เซียวอิดนับเป็นผู้ที่มีรูปร่างหน้าตางามสง่า นิสัยกรุ้มกริ่มกรุยกราย ดังนั้นตัวเอกในนิยายของเขา จะมากจะน้อยก็ถ่ายทอดความเป็นตัวเขาออกมา สามารถเขียนตัวเอกได้อย่างนุ่มนวลมากรัก ไม่ทราบเกาะกุมจิตใจหญิงสาวมากน้อยเท่าใด

เซียวอิดไม่ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ระหว่างที่เขียนหนังสือ จะไม่อนุญาติให้ผู้คนรบกวน ขังตัวเองอยู่ในห้องหนังสือ มีวิธีสร้างจินตนาการที่พิสดารไม่เหมือนใคร เซียวอิดมีน้องชายร่วมสายโลหิตคนหนึ่ง ซึ่งเขียนนิยายกำลังภายในเช่นกัน โดยใช้นามปากกาว่า โก้วยู่ฮวง ซึ่งเคยมีผลงานหลายเรื่องด้วยกัน เช่น ไฮยี่กี้ (ลูกทะเล) เป็นต้น ปัจจุบันได้วางมือจากการเขียนไปแล้ว

ผลงานที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย

1 จอมโจรโคมแดง แปลโดย น. นพรัตน์ อาจมีขาย
2 ทายาทมังกร น. นพรัตน์ มีขายตามร้านหนังสือทั่วไป
3 นักบู๊กู่ก้องฟ้า น. นพรัตน์ อาจมีขาย
4 ยอดบุรุษเหล็ก น. นพรัตน์
5 ยอดยุทธสุดขอบฟ้า น. นพรัตน์
6 บัญชานางกาลี ว. ณ เมืองลุง มีขาย
7 ล่าหฤโหด ว. ณ เมืองลุง

ประกาศิตยมฑูต พิณปีศาจ

ประกาศิตยมฑูต 7.5/10

ผู้แต่ง เฉินชิงอิ๋น หรือ ตั้งแชฮุ้น (เฉิน-ตั้ง, ชิง-แช, อวิ๋น-ฮุ้น)
ผู้แปล ว. ณ เมืองลุง

พิมพ์ครั้งที่ 1 จำนวน 28 เล่มจบ (เล่มเล็ก) สพ เพลินจิตต์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2508
พิมพ์ครั้งที่ 2 จำนวน 28 เล่มจบ (เล่มเล็ก) สพ ผ่านฟ้าพาณิชย์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2516
พิมพ์ครั้งที่ 2 (ฉบับรวมเล่ม) จำนวน 7 เล่มจบ สพ ผ่านฟ้าพาณิชย์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2517
พิมพ์ครั้งที่ 3 จำนวน 7 เล่มจบ สพ ศิลปาบรรณาคาร พิมพ์ปี พ.ศ. 2523
พิมพ์ครั้งที่ 4 จำนวน 3 เล่มจบ สพ สร้างสรรค์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2538

ประกาศิตยมฑูต ถือว่าเป็นงานชั้นเยี่ยมของ ตั้งแชฮุ้น

ผลงานของท่านส่วนใหญ่ มักจะเป็นเรื่องราวของตัวเอกที่ต้องเผชิญภัยตั้งแต่เล็ก ผ่านเภทภัยจนได้ร่ำเรียนยอดวิชาและได้รับอาวุธวิเศษจากยอดคน บุกบั่นสู่ยุทธจักร ต่อสู้เพื่อพิทักษ์คุณธรรม สืบหาศัตรูคู่แค้น (ตามสูตร)

ผลงานที่ได้รับการพิมพ์เป็นภาษาไทย 20 เรื่อง
1 กระบี่โลหิตทิ้งรอย (พญามารเงิน) แปลโดย น. นพรัตน์ มีขาย
2 กระบี่อำมหิต น. นพรัตน์
3 ขลุ่ยเพชฌฆาต น. นพรัตน์
4 เจดีย์มฤตยู น. นพรัตน์
5 ฑูตมัจจุราช น. นพรัตน์ แปลร่วมกับ อ. อภิรมย์
เรื่องเดียวกับ กิมง้วยเม้ง ที่แปลโดย ว. ณ เมืองลุง
6 นักศึกษาพยาบาท น. นพรัตน์
7 บัณฑิตทมิฬ น. นพรัตน์
8 บัณฑิตนิลกาฬ น. นพรัตน์
9 โบวตัวเหล็ง (ประกาศิตโบตั๋น) น. นพรัตน์
10 มัจจุราชประกาศิต น. นพรัตน์
เรื่องเดียวกับ “ล้างแดนพาล” ที่แปลโดย ส.เลิศสุนทร
11 เลือดอำมหิต น. นพรัตน์
12 วังปาฏิหาริย์ น. นพรัตน์
13 หลักโลหิต น. นพรัตน์ มีขาย
14 ชุมทางนรก บ. รุ่งโรจน์
15 ธรณีเลือด บ. รุ่งโรจน์ มีขาย
16 เซาะฮ้วยเกี่ยม ว. ณ เมืองลุง
17 เซาะฮ้วยเหล็ง ว. ณ เมืองลุง
18 ฟ้าสังหาร ว. ณ เมืองลุง มีขาย
19 วิญญาณพยาบาท ว. ณ เมืองลุง
20 พ่วงเล้งเกี่ยม น. นพรัตน์ หาซื้อได้ตามร้านหนังสือ

เซาะฮ้วยเหล็ง
ผู้แปล : ว. ณ เมืองลุง

พิมพ์ครั้งที่ 1 จำนวน (เล่มเล็ก) สพ ประพันธ์สาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2514
พิมพ์ครั้งที่ 1 (ฉบับรวมเล่ม) จำนวน 6 เล่มจบ สพ ประพันธ์สาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2516
พิมพ์ครั้งที่ 2 จำนวน 4 เล่มจบ สพ บรรณาคาร พิมพ์ปี พ.ศ. 2543

เซาะฮ้วยเกี่ยม
ผู้แปล ว. ณ เมืองลุง

พิมพ์ครั้งที่ 1 จำนวน 28 เล่มจบ (เล่มเล็ก) สพ ประพันธ์สาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2511
พิมพ์ครั้งที่ 2 จำนวน 6 เล่มจบ สพ บรรณาคาร พิมพ์ปี พ.ศ. 2522

ฟ้าสังหาร
ผู้แปล ว. ณ เมืองลุง

พิมพ์ครั้งที่ 1 จำนวน 30 เล่มจบ (เล่มเล็ก) สพ ประพันธ์สาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2509
พิมพ์ครั้งที่ 2 จำนวน 38 เล่มจบ (เล่มเล็ก) สพ ประพันธ์สาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2516
พิมพ์ครั้งที่ 2 (ฉบับรวมเล่ม) จำนวน 6 เล่มจบ สพ ประพันธ์สาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2518
พิมพ์ครั้งที่ 3 จำนวน 3 เล่มจบ สพ สร้างสรรค์บุ๊คส์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2543

พ่วงเล้งเกี่ยม น. นพรัตน์
พิมพ์ครั้งที่ 1 จำนวน จำนวน 17 เล่มจบ (เล่มเล็ก) สพ บันดาลสาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2514
พิมพ์ครั้งที่ 1 (ฉบับรวมเล่ม) จำนวน 3 เล่มจบ สพ บันดาลสาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2515
พิมพ์ครั้งที่ 2 จำนวน 4 เล่มจบ สพ บรรณกิจ พิมพ์ปี พ.ศ. 2523
พิมพ์ครั้งที่ 3 จำนวน 3 เล่มจบ สพ วิถีบูรพา พิมพ์ปี พ.ศ. 2553