จอมใจจอมยุทธ์

จอมใจจอมยุทธ์ (Book and Sword: Gratitude and Revenge)

ประพันธ์โดย กิมย้ง
แปลโดย น. นพรัตน์
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ บรรณกิจ พิมพ์ปี พ.ศ. 2522 เล่มปกอ่อน 24 เล่มจบ (เล่มเล็ก) เล่มปกแข็ง 6 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ ดอกหญ้า พิมพ์ปี พ.ศ. 2538 (มีกล่อง) จำนวน 2 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 3 สพ สยามอินเตอร์คอมิกส์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2543 จำนวน 2 เล่มจบ

จัดเป็นหนังสือหายากในปัจจุบัน

กระบี่อั๊งฮวย

ประพันธ์โดย กิมย้ง
แปลโดย ประยูร พิศนาคะ
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ เพลินจิตต์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2503 จำนวน เล่มจบ (เล่มเล็ก)

เรื่อง จอมใจจอมยุทธ์ (ภาษาจีนกลางว่า Shu Jian En Chou Lu แปลว่า ตำนานอักษรกระบี่) เป็นผลงานการประพันธ์เรื่องแรกในชีวิตการประพันธ์สุดยอดผู้ประพันธ์นิยายจีนกำลังภายในของฮ่องกง นาม กิมย้ง (จินหยง) เป็นยุทธจักรนิยายของกิมย้งซึ่งเป็นแนวที่ยังยึดติดกับขนบธรรมเนียมการแต่ง นิยายกำลังภายในแบบเก่าอยู่คือ ตัวเอกชายเป็นบุรุษหนุ่มรูปงาม เป็นผู้นำชาวยุทธ์มีวิทยายุทธ์สูงส่ง ตัวเอกหญิงเป็นสตรีสาวสคราญโฉม ไร้เดียงสา สง่า สูงส่ง

Shu Jian En Chou Lu ในฉบับแปลภาษาไทย จำลอง พิศนาคะใช้ชื่อว่า กระบี่อั้งฮวยซึ่งตอนนี้คงหาอ่านได้ยาก ส่วนอีกสำนวนซึ่งเป็นสำนวนแปลที่แพร่หลาย คือ สำนวนของ น.นพรัตน์ แปลใช้ชื่อว่า จอมใจจอมยุทธ์

Shu Jian En Chou Lu (จอมใจจอมยุทธ์) เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์เช็ง (ชิง) รัชกาลของเคี่ยงล้งฮ่องเต้ (เฉียนหลงฮ่องเต้) ซึ่งกล่าวถึงตำนานที่ว่า เคี่ยงล้งฮ่องเต้ มีสายเลือดชาวฮั่น โดยในเรื่อง จอมใจจอมยุทธ์นี้ กล่าวว่า เฉียนหลงฮ่องเต้ เป็นพี่น้องร่วมอุทร ของ เฉินเจียลั่ว (ตั้งแกลก) ประมุขพรรคดอกไม้แดง ซึ่งนำเหล่าผู้กล้าพรรคดอกไม้ ตั้งปณิธาน ล้มล้างราชวงศ์เช็ง (ชิง) กอบกู้ราชวงศ์เหม็ง (หมิง)

รักลึกล้ำ ไม่ยั่งยืน
ขืนใจเป็น ต้องอัปยศ
สุภาพชนสำรวมตน
อุ่นละมุนประดุจหยก

“…หนุ่มสาวผูกพันรักมั่น มักเป็นที่ริษยาของภูติเทพ ดังนั้น เทพบุตรโฉมสคราญ มักไม่มีผลบั้นปลายอันสุขสม มิสู้สามัญชนคนธรรมดา ที่อยู่ร่วมกันจนแก่เฒ่า…”

จื่อเกี่ยมอึงชิ้วลก (ซวูเจี้ยนเอินโฉวลู่ – Shu Jian En Chou Lu แปลว่า บันทึกอักษรกระบี่: บุญคุณ ความแค้น) เป็นนิยายวรยุทธเรื่องแรกของกิมย้ง เขียนขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1955 (พ.ศ. 2498) โดยพิมพ์ใน หนังสือพิมพ์ซิงมึ่งป่อ (ซินหวั่นเป้า) และกิมย้ง ปรับปรุงแก้ไขงานเมื่อปี ค.ศ. 1970 (พ.ศ. 2513) มีการแปลภาษาไทยอยู่ 2 สำนวน คือ

1. กระบี่อั้งฮวย แปลโดย ประยูร พิศนาคะ แปลจากต้นฉบับเดิม ก่อนการแก้ไขปรับปรุง โดยใช้ชื่อการพิมพ์ครั้งแรกว่า กระบี่อั้งฮวย จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์เพลินจิตต์ พิมพ์เมื่อปี พ.ศ. 2503 โดยจัดอยู่ในชุด ซาบู๊เฮียบ (ในกลุ่มเดียวกัน ซาบู้เฮียบ คือเรื่องแรก นางโจรฮุ้นหนำ แปลมาจากเรื่อง เง็กเซียวงึ้นเกี่ยมกี่ แปลโดย จำลอง พิศนาคะ เรื่องที่สอง คือ เรื่อง ผู้กล้าหาญเล้งเกี้ยม แปลมาจากเรื่อง พวงเล้งเกี้ยมแคะตึ้ง แปลโดย นิยม โลหิตเสถียร และเรื่องที่สาม คือ กระบี่อั้งฮวย แปลมาจากเรื่อง จือเกี้ยมอิมชิ้วลก แปลโดย ประยูร พิศนาคะ) ต่อมาใน ฉบับพิมพ์เล่มเล็ก 22 เล่ม พ.ศ. 2510 ใช้ชื่อว่า บัลลังก์ทอง ปัจจุบันอาจจะหาอ่านได้ยาก เพราะยังไม่เห็นมีการพิมพ์เพิ่ม

2. จอมใจจอมยุทธ์ แปลโดยของ น. นพรัตน์ แปลจากต้นฉบับแก้ไขปรับปรุง ของ กิมย้ง ผู้ประพันธ์ ใช้ชื่อเรื่อง ยังพอหาซื้ออ่านได้ในปัจจุบัน

นิยายเรื่องนี้ได้รับการแปลเป็น ภาษาอังกฤษ The Book and The Sword โดย Graham Earnshaw แปลจากต้นฉบับแก้ไขปรับปรุง ของ กิมย้ง

จอมใจจอมยุทธ์ เนื้อเรื่องได้เค้าจากตำนานที่เล่าขานกันว่า พระจักรพรรดิ์เคี่ยนหลงฮ่องเต้ (เฉียนหลงฮ่องเต้) แห่งราชวงศ์เช็ง (ชิง) มีสายเลือดจีน(ชาวฮั่น) แสดงให้เห็นความขัดแย้งระหว่างอำนาจกับเชื้อชาตินิยม ตัวเอก คือ หัวหน้าหน่วยพรรคดอกไม้แดง (อั้งฮวยหวย) ทั้ง 14 คน อันมี ตั้งแกลก (เฉินเจียลั่ว) ประมุขพรรคดอกไม้แดง บ้อติ้งเต้าเจี้ยง ยูไลพันกรเตี่ยปั้วซัว (จ้าวป้านซาน) มืออสนีบาตบุ้นไถ่ไล้ (เหวินไท่หลาย) ปิศาทดำเซี้ยฮักจี่ ปิศาทขาวเซี่ยแป๊ะจี่ ขงเบ้งบู๊ฉื่อเทียนฮ้ง (สวีเทียนหง) เจดีย์เหล็กเอี้ยเซ้งเฮี๊ยบ (หยางฉิงเยี่ย) เสือดาวเก้าชีวิตอ้วยชุนฮั้ว (เว่ยชุนฮวา) เจียงหลังค่อมเจียงจิ่ง ดาบนกเป็ดน้ำลกเปีย (ลั่วปิง) ภูติพบกำสรวลเจี๊ยะซังเอ็ง (สือซวงอิง) จรเข้หัวทองแดงเจี่ยสี่กึง และ บัณฑิตขลุ่ยทองอื้อฮื้อตั้ง (อวี่อวี๋ถง) ที่ พยายามต่อต้านราชวงศ์เช็ง ฟื้นฟูราชวงศ์เหม็ง(หมิง)

ตอนต้นของนิยายเรื่องนี้ผู้แต่งได้รับอิทธิพลจากเรื่อง อ่อโฮ่วชังเล้ง (ว่อหู่ฉังหลง – เสือหมอบมังกรซ่อน ของ เฮ้งโต้วโล้ว (หวางตู้หลู่) นักเขียนนิยายจีนวรยุทธรุ่นก่อน เรื่องเสือหมอบมังกรซ่อน นี้ ได้สร้างเป็นภาพยนตร์ Crouching Tiger, Hidden Dragon กำกับโดย อังลี ได้รับรางวัลออสการ์ ซึ่งจะเห็นได้จากในภาพยนตร์ ที่ เหมยหว่อง (จางจือยี) บุตรี ขุนนางผู้เอาแต่ใจ และกำลัง ถูกจับคลุมถุงชน แต่งงานกับชาย ที่พ่อ แม่จัดหา ให้ มีความคล้ายคลึงกับ ตัวละคร ลี้ง้วนจี้ ในเรื่อง จอมใจจอมยุทธ์นี้มาก ทั้งความเป็นมา และ นิสัยใจคอ

การเปิดหรือนำตัวละครเข้าสู่เนื้อเรื่องได้รับอิทธิพลมาจากเรื่อง สามก๊ก (ซานกวั๋ว) บางตอนในเรื่องเมื่อเขียนครั้งแรกลงในหนังสือพิมพ์นั้น แสดงให้เห็นอิทธิพลของศิลปะการแต่งนิยายของตะวันตกอย่างชัดเจน แต่ในฉบับปรับปรุงแก้ไขลักษณะที่ว่านี้หายไป แสดงว่าผู้แต่งมีความจัดเจนเขียนได้แยบยลขึ้น

อัจฉริยปิศาจ โก้วเล้ง (กู่หลง) ได้กล่าวถึง เรื่อง จอมใจจอมยุทธ์ ไว้ว่า

“…ในเรื่อง จอมใจจอมยุทธ ตอนที่บรรยายถึง เหวินไท้หลาย (มืออสนีบาต บุ๋นไท่ไล้) หลบหนีการตามล่าของทหารแมนจู ไปที่บ้านของ โจวจงอิง (จิวตงเอ็ง) ซ่อนตัวอยู่ในบ่อน้ำโบราณ แล้วถูก โจวเจี้ยนผิง (จิวเกี่ยมเพ้ง) บุตรชายคนเล็กของ จิวตงเอ็งขายความลับไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพียงเพื่อแลกกับกล้องส่องทางไกลอันหนึ่ง เมื่อจิวตงเองทราบความแล้วจึงโกรธมาก ถึงกับพลั้งมือสังหารบุตรชายที่เหลือเพียงคนเดียวของตนไปเสีย

ตอนนี้เกือบจะเป็นร่างแปลงของเรื่องสั้นที่มีชื่อเสียงเรื่องหนึ่งของ Prosper Merimee นักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ชาวฝร่งเศส เพียงแต่เปลี่ยนนาฬิกาทองคำเป็นกล้องส่องทางไกลเสียเท่านั้น

แต่ทว่าเรื่องนี้ไม่อาจจะลบเลือนพลังสร้างสรรค์ของกิมย้งได้เนื่องเพราะเขาได้หลอมรวมเรื่องนี้เข้าเป็นหนึ่งเดียวกับการสร้างสรรค์ของตน ดูไปแล้วมิใช่จะทำกันได้ง่ายๆ เมื่อเทียบกับต้นตอเรื่องสั้นของ Prosper Merimee แล้ว เรื่องจอมใจจอมยุทธ ของกิมย้ง ออกจะสะเทือนใจผู้คนเสียยิ่งกว่าด้วยซ้ำ…”

กิมย้ง ได้กล่าวถึง เรื่อง จอมใจจอมยุทธ์ ไว้ในคำตามท้ายเรื่องว่า…

จือเกี่ยมอึงชิ้วลก (จอมใจจอมยุทธ์) เป็นยุทธจักรนิยายเรื่องแรกของข้าพเจ้า เขียนเมื่อ ค.ศ. 1955

ข้าพเจ้าเป็นชาว เมืองไฮ้เล้ง มณฑลจิกัง ระหว่างอยู่ที่บ้านเกิด ก็ได้ยินตำนาน เรื่องราวของเคี่ยงล้งฮ่องเต้ ระหว่างการฝึกวิชาลูกเสือ เคยตั้งค่ายพักแรมที่ริมเขื่อน ซึ่ง เคี่ยงล้งฮ่องเต้ (เฉียนหลงฮ่องเต้) ทรงสร้างขึ้น ยามค่ำคืนมองดูระลอกคลื่นหนุนโถมมา ดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่นำเอาตำนานเรื่องราวที่ประทับใจที่สุด มาเขียนในยุทธจักรนิยายเรื่องแรก แต่ตั้งแกลก เป็นตัวละครที่ข้าพเจ้าปั้นแต่งขึ้น เฮียงเฮียงกงจู้ (เซียงเซียงกงจู่) ก็ไม่มีตัวตนอยู่ในประวัติศาสตร์ เคี่ยงล้งฮ่องเต้ มีพระสนมองค์หนึ่ง มีนามว่า เฮียงฮุย (เซียงเฟย – พระสนมหอม) เฮียงเฮียงกงจู้ ย่อมงดงามกว่า เฮียงฮุย มากนัก

ในสมัย ราชวงศ์เช็ง (เป็นราชวงศ์สุดท้ายของจีน ปกครองโดยชาวแมนจู) เมืองไฮ้เล้ง อยู่ในการปกครองของนครฮั่งจิว เป็นเมืองเล็ก ๆ ริมทะเล และเป็นสถานที่ซึ่งมีคลื่นทะเลหนุนจนเลื่องลือ บุคคลมีชื่อเสียงในยุคหลัง เช่น เฮ้งก๊กยุ่ย (1) เจี่ยแป๊ะลี้ (2) ฉื่อจี่ม่อ (3) ล้วนป็นชาวไฮ้เล้ง ในนิสัยใจคอของพวกท่านเหล่านั้น ล้วนแฝงสีสรรอันหมองหม่นและความเศร้าสร้อย ทั้งดื้อดึงยืนกรานอยู่หลายส่วน ตั้งแกลกอาจมีเงาของพวกท่านเหล่านี้อยู่บ้าง

จากการค้นคว้าของนักประวัติศาสตร์ เม่งซิม ลงความเห็นว่า คำเล่าลือที่ว่า เคี่ยงล้งฮ่องเต้ ทรงสืบเชื้อสายของตระกูลตั้งเมืองไฮ้เล้ง ไม่ควรแก่การเชื่อถือ ที่ว่า พระสนมเฮียงฮุย ถูกฮองไทเฮาทำร้ายถึงแก่สิ้นพระชนม์ ก็ไม่เป็นความจริง นักประวัติศาสตร์ย่อมไม่ชมชอบต่อคำเล่าลือที่ขาดหลักฐาน แต่ผู้เขียนนวนิยายชมชอบเป็นพิเศษ

เคี่ยงล้งฮ่องเต้ ทรงสร้างเขื่อนที่เมืองไฮ้เล้ง ด้วยพระอุตสาหะวิริยะ จวบจนสำเร็จลุล่วง นับว่าเอื้ออำนวยประโยชน์ต่ออาณาประชาราษฎร์ ข้าพเจ้าแต่งเติมบทบาทของพระองค์เกินไป บางครั้งรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง บทกลอนพระราชนิพนธ์ของพระองค์แต่งได้ไม่ดีนัก ความจริง ไม่มีความสำคัญเท่าใด เพียงแต่ข้าพเจ้าเมื่อวัยเด็ก เห็นหลักศิลาจารึกบทกลอนพระราชนิพนธ์ของพระองค์อยู่ทั่วเมืองไฮ้เล้ง และนครฮั่งจิว จึงบังเกิดปฏิกิริยาโต้ตอบขึ้นในใจ

นอกจากวัยเด็กที่หัดคัดลายมือแล้ว ข้าพเจ้าไม่เคยหัดประดิษฐ์อักษรมาก่อน ชื่อเรื่อง และนามปากกาที่เขียนบนหน้าปกไม่ควรแก่การพิจารณา ของนักเขียนลายพู่กัน

เรื่องนี้ตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกทางหน้าหนังสือพิมพ์ หลังจากนั้นจัดพิมพ์รวมเล่มขึ้น บัดนี้แก้ไขปรับปรุง ตัดทอนตรวจตราแล้วจัดพิมพ์ขึ้นใหม่ แทบทุกประโยคล้วนผ่านการแก้ไข บางครั้งระหว่างที่ตรวจบรู๊ฟ เป็นคำรบสาม ยังแก้ไขจนเลอะเทอะวุ่นวาย

สำหรับ ตั้งแกลก, บ้อติ้งเต้าเจี้ยง, เตี่ยปั่วซัว เหล่าจอมยุทธพรรคดอกไม้แดง ตลอดจนฮกคังอัน ยังมีบทบาทปรากฏอยู่ในเรื่อง จิ้งจอกอหังการ ด้วย

——————————————————————————–

(1) เฮ้งก๊กยุ่ย (ชาตะ ค.ศ.1877 มรณะ ค.ศ.1927) เป็นบัณฑิตสมัยราชวงศ์แมนจู ศึกษาวิชาปรัชญาและวรรณกรรม กระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตายที่พระราชวังอี้เหอหยวนกรุงปักกิ่ง

(2) เจี่ยแป๊ะลี้ (ชาตะ ค.ศ.1882 มรณะ ค.ศ.1938) เป็นชายชาติทหารผู้รักชาติ เมื่อครั้งเกิดสงครามระหว่างจีนกับญี่ปุ่นได้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อขอความสนับสนุน

(3) ฉื่อจี่ม่อ (ชาตะ ค.ศ.1896 มรณะ ค.ศ.1931) เป็นนักกวีนามอุโฆษ เคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียสหรัฐอเมริกา กับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ มีผลงานทั้งบทกวี นวนิยาย และความเรียงปกิณกะมากมาย

นิยายเรื่องนี้ทำให้กิมย้ง ติดอันดับในยุทธจักรนิยายวรยุทธทันที เป็นพื้นฐานความสำเร็จในเรื่องต่อ ๆ ไป แต่มีข้อด้อยที่ตัวละครเอกไม่เด่น ความเด่นกลับไปตกอยู่กับหัวหน้าหน่วยพรรค ดอกไม้แดงทั้งหมด 14 คน ซึ่งมี ตั้งแกลก (เฉินเจียลั่ว)ตัวเอกของเรื่อง เป็นหัวหน้าใหญ่ แม้ผู้แต่งจะพยายยามเน้นให้ประมุขพรรค คือ ตั้งแกลก เด่นกว่าคนอื่นก็ตาม แต่ไม่ถึงกับประทับใจผู้อ่านมากนัก แต่กระนั้นก็ยังจัดเป็นวรรณกรรมที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง

นอกจากภาษาที่สละสลวย พร้อมทั้งมีเกร็ดประวัติศาสตร์แห่งราชวงศ์ชิง ที่เป็นเรื่องเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับ ตำนานของเฉียนหลงฮ่องเต้ที่ว่ามีสายเลือดของชาวฮั่น อีกทั้งเรื่องราวของพระเทวีหอม เซียงเฟย พระสนมคนหนึ่งของเฉียนหลงฮ่องเต้ ด้วยฉากรักอันวาบหวามรัญจวนของ เฮียงเฮียงกงจู้กับตั้งแกลกที่ริมน้ำ ด้วยฉากสะเทือนใจที่ตั้งแกลก กล่อมใจ คนรักเฮียงเฮียงกงจู้ให้ยอมเป็นสนมของเฉียนหลงฮ่องเต้ ด้วยฉากเศร้าที่เฮียงเฮียงกงจู้ต้องฆ่าตัวตายเพื่อแจ้งเหตุให้แก่คนรัก ล้วนแล้วแต่ทำให้ จอมใจจอมยุทธ์เป็น ยุทธจักรนิยายที่น่าอ่านเรื่องหนึ่ง

ใน คำตาม ที่ กิมย้งเขียนไว้ตอนท้ายของเรื่อง จอมใจจอมยุทธ์ ซึ่ง น.นพรัตน์ แปลไว้ มีข้อความตอนหนึ่ง ที่กล่าวถึง เฮียงเฮียงกงจู้ (เซียงเซียงกงจู่ – องค์หญิงหอม) ว่า

“เฮียงเฮียงกงจู้ ก็ไม่มีตัวตนอยู่ในประวัติศาสตร์ เคี่ยงล้ง (เฉียนหลง) มีพระสนมองค์หนึ่ง นาม เฮียงฮุย (เซียงเฟย) เฮียงเฮียงกงจู้ ย่อมงามกว่า เฮียงฮุยมากนัก…ที่ว่าพระสนม เฮียงฮุย ถูกฮองไทเฮาทำร้ายถึงแก่ชีวิต ก็ไม่เป็นความจริง นักประวัติศาสตร์ย่อมไม่ชมชอบต่อคำเล่าลือที่ขาดหลักฐาน แต่ผู้เขียนนิยายชมชอบเป็นพิเศษ”


Huo Qing Tong, Qian Long, Xiang Xiang Gongzhu, Chen Jia Luo

จากคำตามของ กิมย้ง ที่เขียนไว้ และบทบาท ของเฮียงเฮียงกงจู้ ในเรื่อง จอมใจจอมยุทธ์ คล้ายคลึงกับ เฮียงฮุย แสดงให้เห็นว่า กิมย้ง นำเอาประวัติของ เฮียงฮุย มาเสริมเติมแต่งเป็นตัวละคร เฮียงเฮียงกงจู้

แต่ก็ยังเป็นเรื่องที่น่ากังขากันอยู่ว่า เฮียงฮุย(เซียงเฟย) นั้น มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์หรือไม่?

เฉียนหลงฮ่องเต้ (ปี ค.ศ. 1735 – 1795) ได้สดับว่า พระเทวีแห่งอิสลามที่แคว้นเผ่าหุย (อยู่ทางตอนใต้ของภูเขาเทียนซาน) ซึ่งรู้จักกันในนามของ เซียงเฟย (พระเทวีหอม) เนื่องจากกายของนางมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติ และมีสิริโฉมเลอเลิศ จึงให้ขุนพลยกทัพไปปราบแค้วนคัชกัล นำเซียงเฟย มาถวายพระองค์ ซึ่งในเรื่อง จอมใจจอมยุทธ์นี้ เฮียงเฮียงกงจู้ ก็เป็นราชธิดาของ ประมุขชนเผ่าที่นับถือศาสนาอิสลาม อยู่ทางตอนใต้ของ ภูเขาเทียนซานเช่นกัน

เมื่อเข้าวังแล้ว เซียงเฟยไม่ยินยอมเป็นพระสนม เฉียนหลงฮ่องเต้จึงทรงให้นางกำนัลเข้าเกลี้ยกล่อม แต่เซียงเฟยกลับล้วงกริชซึ่งซ่อนอยู่ในแขนเสื้อออกมาประกาศแก่เหล่านางสนมกำนัลว่า หากเฉียนหลงฮ่องเต้ยังทรงบังคับใจนางอีก ก็จะฆ่าตัวตาย เฉียนหลงฮ่องเต้ไม่ประสงค์จะข่มเหง น้ำใจและใครจะให้นางเปลี่ยนใจเอง ดังนั้น เพื่อเอาใจเซียงเฟย จึงทรงให้สร้างโบสถ์อิสลามและบ้านเรือนทรงเดียวกับบ้านเกิดของนางขึ้นที่ด้านหน้าพระตำหนักที่เซียงเฟยประทับอยู่ เป็นเหตุให้พระราชชนนี (ฮองไทเฮา)ไม่พอพระทัย และทูลเฉียนหลงฮ่องเต้ให้ส่งนางกลับบ้านเดิม หรือมิฉะนั้นก็พระราชทานความตาย แก่นาง เป็นหลายครั้งหลายครา

อยู่มาวันหนึ่งเฉียนหลงฮ่องเต้เสด็จออกพิธีบวงสรวงเทพตามราชประเพณี มิได้ประทับอยู่ใกล้กับเซียงเฟย พระราชชนนี (ฮองไทเฮา) จึงพระราชทานความตายแก่เซียงเฟย ตามที่นางขอ กว่าเฉียนหลงจะเสด็จกลับ เซียเฟยก็ถึงแก่กรรมเสียแล้ว แต่ร่างกายยังอุ่นอยู่ ใบหน้ายิ้มละไมด้วยความพอใจ เฉียนหลงฮ่องเต้ทรงอับจนพระปัญญา จึงได้แต่จัดการพิธีศพให้นางอย่างสมเกียรติ เยี่ยงพระศพวรราชเทวี

เรื่องราวของ โศกนาฏกรรมของ เซียงเฟย ได้บรรยายไว้อย่างละเอียด ใน เกร็ดพงศาวดารราชสำนักชิง และยังได้นำไปดัดแปลงเป็นบทงิ้วออกนำแสดงอีกด้วย

หลักฐานที่ยืนยันว่า เซียงเฟยมีตัวตนจริงยังมี ภาพวาดของเฉียนหลงฮ่องเต้กับเซียงเฟยเสด็จออกล่าสัตว์ และ ภาพเซียงเฟยประทับอยู่ใต้ต้นไม่ ของ บาทหลวง ฟาเธอร์ ลังส์นิง ชาวอิตาลีอีกทั้งที่คัชกัล มีสิ่งก่อสร้างสง่างามตามรูปแบบอิสลามอยู่หลังหนึ่ง เขียนไว้ว่า สุสานเซียงเฟย

จากคำเล่าลือของชาวพื้นเมือง เซียงเฟย เป็นธิดาของประมุขแห่งศาสนาอิสลาม เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1734 กล่าวกันว่าในช่วงเวลาที่ฤดูใบไม้ผลิย่างเข้าฤดูร้อน ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ดอกไม้บานสะพรั่ง เซียงเฟยจะเด็ดดอกพุทรา ซึ่งมีเฉพาะทะเลทรายมาเสียบผม เวลาเดินไปไหนก็จะส่งกลิ่นหอม จึงได้ชื่อว่า เซียงเฟย ที่แปลว่า เทวีหอม ปี ค.ศ. 1756 เซียงเฟยอายุ 22 ปี มีสิริโฉมงดงาม จึงได้รับเลือกเป็นราชเทวีของเฉียนหลงฮ่องเต้ เมื่อเซียงเฟยเข้าวังแล้ว ได้ทูลขอต่อเฉียนหลงฮ่องเต้ว่า หากนางถึงแก่กรรมให้ฝังศพนางไว้ที่บ้านเกิด ดังนั้น เมื่อเซียงเฟยเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 29 ปี ใน ค.ศ. 1763 เฉียนหลงฮ่องเต้ทรงปฏิบัติตามที่นางขอร้อง โดยได้ส่งพระศพของเซียงเฟยกลับคัชกัล ฝังไว้ในสุสาน นาม เซียงเฟย

คำเล่าลือนี้แม้ว่า แพร่หลายมาก แต่ใน ต้นฉบับประวัติราชวงศ์ชิง ภาคชีวประวัติพระสนม กลับไม่ปรากฏชื่อเซียงเฟย ทำให้โศกนาฏกรรมเป็นปริศนาชวนให้สงสัยยิ่ง?

บ้างเห็นว่าเซียงเฟยคือหรงเฟย

ใน ต้นฉบับประวัติราชวงศ์ชิง ภาคชีวประวัติของพระสนม เขียนว่า “… หรงเฟย พระสนมคนหนึ่งของเฉียนหลงฮ่องเต้ เป็นบุตรเหอจั๋ซื่อ ซึ่งเป็นชาวอุยกูร์…” และในบัญชีรายชื่อคนและสิ่งของที่ทางการราชสำนักชิง พระราชทานข้าวของเงินทองแก่ญาติสนิทของ หรงเฟย มีชื่อ ทูรตู, ภริยาทูรตู และ บัลซา เป็นต้น เมื่อนักวิชาการบางท่านสำรวจระเบียนตระกูลของเซียงเฟยที่คัชกัล พบว่า ทูรตู คือ พี่ชายของเซียงเฟย และ บัลซา เป็นอาของนาง ดังนั้น จึงวินิจฉัยว่า เซียงเฟยในคำเล่าลือ ก็คือ หรงเฟย ที่มีชื่ออยู่ใน ต้นฉบับบประวัติราชวงศ์ชิง ภาคชีวประวัติพระสนม นั่นเอง

พี่ชายของเซียงเฟยมีความดีความชอบในการช่วยราชสำนักชิง ปราบกบฏ จึงได้รับพระราชโองการให้เข้าเฝ้าเมื่อปี ค.ศ. 1759 และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าฝู่กว๋อกง เวลานั้น เซียงเฟยติดตามพี่ชายเข้ากรุงปักกิ่ง ต่อมาไม่นานได้เข้าวัง และเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้เฉียนหลงยิ่งนัก ฮองไทเฮา ก็ทรงพอพระทัย จึงได้เลื่อนเป็นพระสนมลำดับที่สาม ทั้งเฉียนหลงฮ่องเต้ก็ทรงเคารพในขนบธรรมเนียมประเพณีทางบ้านเดิมของนาง ทรงอนุญาติให้นางแต่งกายตามแบบชนเผ่าชายแดน และปฏิบัติตนตามศาสนาอิสลามในการกินการอยู่ได้ เช่น กินแต่เนื้อแกะและไก่ ไม่กินเนื้อหมู เป็นต้น

สำหรับในเรื่องที่ว่า เซียงเฟยถึงแก่กรรมเมื่อใด และ พระศพฝังไว้ที่ใหน นั้น ใน ผลการสำรวจเกี่ยวกับพระสนมเซียงเฟย เขียนว่า ตงหลิง (คือสุสานราชวงศ์ชิง อยู่ที่อำเภอจุนฮวา มณฑลเหอเป่ย ห่างจากกรุงปักกิ่งไปทางตะวันออก 125 กิโลเมตร) มีสุสานของเซียงเฟย แต่พระนามเจ้าของสุสานบนแผ่นศิราเขียนว่า สุสานหรงเฟย เห็นได้ว่า พระศพของเซียงเฟย ฝังอยู่ที่สุสาน ตงหลิง

บางส่วนจากคำอธิบายในหนังสือสกัดจุดยุทธจักรมังกรหยก

จือเกี่ยมอึงชิ้วลก (ซูเจี้ยนเอินโฉวลู่) จำลอง พิศนาคะ แปลเป็นคนแรก ใช้ชื่อไทยว่า กระบี่อั๊งฮวย ภาพยนตร์โทรทัศน์ชื่อเรื่อง จอมใจจอมยุทธ์ น.นพรัตน์แปลใหม่ใช้ชื่อเดียวกับภาพยนตร์โทรทัศน์ วีดีโอเทปใช้ชื่อ ตำนานอักษรกระบี่ ซึ่งมีความหมายใกล้เคียงกับชื่อภาษาจีนมากที่สุด จือแปลว่าหนังสือ เกี่ยมแปลว่ากระบี่ อึงแปลว่าบุญคุณ ชิ้วแปลว่าความแค้น ลกแปลว่าบันทึก

เรื่องนี้เป็นนิยายกำลังภายในเรื่องแรกของกิมย้ง แต่งเมื่อ พ.ศ.2498 เนื้อเรื่องได้เค้าจากตำนานที่เล่าขานกันว่าจักรพรรดิเฉียนหลงมีสายเลือดจีน แสดงให้เห็นความขัดแย้งระหว่างอำนาจกับเชื้อชาตินิยม ตัวเอกคือสมาชิกสมาคมดอกไม้แดง (อั๊งฮวยหวย) ที่พยายามต่อต้านราชวงศ์เช็งและคิดฟื้นฟูราชวงศ์เหม็ง

ตอนหนึ่งในบันทึกประจำวันของ ป๋อจุ้น ผู้มีหน้าที่อารักขาสุสานราชวงศ์ชิง และเฝ้าจุดยุทธศาสตร์กำแพงเมืองจีน ได้พูดถึงรายพระนามของพระมเหสีและพระสนมรวม 36 องค์ที่ฝังรวมอยู่กับพระสวามี คือ เฉียนหลงฮ่องเต้ในยิวหลิง (สุสานของเฉียนหลงฮ่องเต้) และได้พูดถึง หรงเฟยไว้ว่า “…หรงเฟยเป็นธิดาของเจ้าแคว้นหุย และได้ถวายตัวแก่เฉียนหลงฮ่องเต้นางชอบการขี่ม้า มักแต่งชุดทหารม้าออกไปกับฮ่องเต้เสมอ และสามารถใช้ธนูล่าสัตว์ได้ เป็นที่โปรดปรานของเฉียนหลงฮ่องเต้ตลอดเวลา 20 ปี คนสมัยนี้เล่าลือกันว่า เฉียนหลงฮ่องเต้ทรงหลงไหลพระสนมนางหนึ่งชื่อเซียงเฟย จากการสำรวจของเหมิ่งซินสือ (เม่งซิม ที่ปรากฏใน คำตามของกิมย้ง) พิสูจน์ว่า เซียงเฟยก็คือหรงเฟยนั่นเอง…”

หลังจากการสำรวจสุสานหรงเฟย ที่ตงหลิง แล้ว นักวิชาการบางท่าน พบว่า บนฝาหีบศพและข้างหีบศพมีลายมือตัวอักษรอาหรับสีทอง ซึ่งยังพอจะอ่านออกได้บ้างบางตัว เช่น “…ภายใต้พระนามของพระอัลเลาะห์..” เป็นต้น การค้นพบนี้ทำให้มั่นใจได้ว่า นี่คือสุสานของเซียงเฟย และ หรงเฟยกับเซียงเฟยคือคนคนเดียวกัน

จากเรื่องที่เล่าลือกันว่า ฮองไทเฮา ทรงสงสารเซียงเฟยที่ไม่มีความสุข จึงพระราชทานความตายแก่นางนั้น ความเป็นจริงก็คือ เซียงเฟยได้ถึงแก่กรรมเมื่ออายุ 55 ปีซึ่งเป็นปีที่ 53 แห่งรัชสมัยของเฉียนหลงฮ่องเต้ (ปี ค.ศ. 1788) ตอนนั้นฮองไทเฮาสิ้นพระชนม์นานแล้ว จากช้องผมยาว ๆ ที่หาได้สุสานหรงเฟยที่ ตงหลิง จะพบว่าในกลุ่มเส้นผมสีน้ำตาลแก่แซมด้วยเส้นผมสีขาวยาวมาก อันเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ดีทีเดียว ว่า เซียงเฟยถูกฮองไทเฮาทำร้ายถึงแก่ชีวิตนั้น ไม่เป็นความจริง

“…ไม่ทราบใยต้องต่อสู้กันเช่นนี้ ทั้งหมดอยู่ร่วมกันโดยสันติ ผ่านชีวิตอย่างรื่นรมย์ มิใช่ประเสริฐยิ่งหรอกหรือ คนผู้หนึ่งเสพย์สุขอยู่ทุกวัน ยังไม่ทราบนั่นคือความสุข มักไขว่คว้าหาสิ่งที่อยู่ไกลถึงขอบฟ้า หาทราบไม่ว่า สิ่งล้ำค่าที่สุดอยู่ที่ข้างกาย …”

นิราศระทมทุกข์ เภทภัยไร้ที่สุด
บทเพลงสิ้นอวสาน จันทร์กระจ่างแหว่งเว้า
ในนครวังเวง ฝังไว้ด้วยเลือดเขียว
ความเขียวก็มีวันเจือจาง
โลหิตก็มีวันเหือดแห้ง
วิญญาณสวยงามลอยละล่อง
มลายกลายเป็นผีเสื้อ….

ชื่อตัวละคร (แต้จิ๋ว) / (จีนกลาง) / (พินอิน)
ตั้งแกลก เฉิน เจีย ลั่ว Chen jia luo
เคี่ยนล้งฮ่องเต้ เฉียน หลง Qian long
ฮกคังอัน ฝู คัง อาน Fu kang an
ดาบนักเป็นน้ำลกเปีย ลั่ว ปิง Luo bing
ลี้ง้วนจี้ หลี่ ฮวน จื่อ Li huan zhi
ฮาซิลโซม ฮั่ว ชิง ถง Huo qing tong
เฮียงเฮียงกงจู้ เซียงเซียงกงจู่ Xiang xiang gong zhu
บัณฑิตขลุ่ยทองอื้อฮื้อตัง อวี๋ อวี๋ ถง Yu yu tong
มืออสนีบาตบุ้นไถ่ไล้ เวิน ไท่ หลาย Wen tai lai
ยูไลพันกร เตี่ยปั้วซัว เจ้า ป้าน ซาน Zhao ban shan
เข็มในสำลี เล็กฮุยแช ลู่ เฟย ชิง Lu fei qing
ตุลาการมืออัคคี เตียเตี่ยวเต้ง จางเจ้าจ้ง Zhang zhao zhong
ฉื่อเทียนฮ้ง สวี เทียน หง Xu tian hong
มูโจดุล มู่ จั๋ว หลุน Mu zhuo lun
แม่ทัพลี้คอซิ่ว หลี่เข่อซิ่ว Li3 ke3 xiu
จิวอี โจว ฉี่ Zhou qi
เจี๊ยะซังเอ็ง สือ ซวง อิง Shi shuang ying

ชมคลิบจากภาพยนต์ชุด ตำนานอักษรกระบี่ครับ

Advertisements

ใส่ความเห็น

ยังไม่มีความเห็น

Comments RSS TrackBack Identifier URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s