อ้อเล้งเซ็ง – นักศึกษามังกรหลับ

อ้อเล้งเซ็ง (臥龍生, Wolong Sheng) 1930–1997

ในปี 2500 กิมย้ง ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ในวงการยุทธจักรนิยายกำลังภายใน ด้วย เสี่ยเตียวเอ็งย้งตึ่ง ( มังกรหยก ) หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีนักเขียนอีกท่านหนึ่งเริ่มทอประกายขึ้นมาเช่นกัน นักเขียนท่านนั้น คือ อ้อเล้งเซ็ง

อ้อเล้งเซ็ง (แปลว่านักศึกษามังกรหลับ เป็นฉายาของขงเบ้งสมัยสามก๊ก) เป็นหนึ่งในสามนักเขียนชั้นนำของไต้หวัน ซึ่งประกอบด้วย โก้วเล้ง อ้อเล้งเซ็ง และ จูกวัะแชฮุ้น อ้อเล้งเซ็งเป็นนักเขียนที่ได้รับการโปรยหัวว่าเป็น เจ้ายุทธจักรนิยายมาตรฐาน มีคนบอกว่าอ้อเล้งเซ็งวางเค้าโครงเรื่องราวเดินลีลาดำเนินเรื่องอย่างได้บรรยากาศเป็นพิเศษ มีการบรรยายที่ลึกซึ้ง สำนวนที่เรียบลื่นสละสลวยระหว่างการโต้ตอบ ขณะที่บรรยาย จะสอดแทรกคำพังเพยโบราณเข้าไป


อ้อเล้งเซ็ง จูกวัะแชฮุ้น และ โก้วเล้ง

อ้อเล้งเซ็ง มีชื่อจริงว่า งู้เฮาะเต้ง (Niu Heting, 牛鹤亭) เกิดในปี 2572 เป็นชาวเมืองติ่งเพ้ง มณฑลฮ่อหนำ (Henan) มณฑลทางภาคเหนือของจีน) ยังไม่ทันสำเร็จการศึกษาจากสถานศึกษาอ้อเล้งจืออี่ ประเทศจีนก็เกิดสงครามกลางเมืองขึ้น จึงสมัครเข้ากองทหาร เมื่อปี พ.ศ. 2491 ได้ติดตามกองทัพคนหนุ่มมายังไต้หวัน ระหว่างประจำการ ก็จัดทำสิ่งพิมพ์ให้กับทางกองทัพบก หลังจากที่ได้รับการปลดประจำการ ก็บังเกิดแรงบันดาลใจริเริ่มเขียนยุทธจักรนิยายขึ้น

ผลงานยุคแรกของ อ้อเล้งเซ็ง ได้แก่ เกียฮ้งเจ่กเกี่ยมจิ้นกังโอ้ว และ ฮวงติ้งเฮียบอึ้ง เนื้อเรื่องและลีลาการเขียน ยังเดินทางสายเก่า ตามรอยนักเขียนเก่าอย่าง แต้เจ่งอิง (ผู้แต่ง เรื่อง เอ็งเยี้ยวอ้วง-เจ้ากงเล็บอินทรี) จูบักเจ็ง (ผู้แต่งเรื่อง ฉิกซัวะปี-หลักศิลาเจ็ดสังหาร) เพียงมีแต่สำนวนที่ราบรื่นอย่างยิ่ง ไม่นับว่ามีการบรรยายที่ละเอียดอ่อนสลักเสลาอย่างใด จวบจนกระทั่งในปี 2502 (มิ่นก๊กปี 48, ค.ศ. 1959) อ้อเล้งเซ็ง จึงประกาศศักดาในวงการยุทธจักรนิยายกำลังภายใน ด้วยเรื่อง ปวยอี่เกี่ยเล้ง (นางแอ่นเหิรสะท้านมังกร ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ – หงส์ฟ้าประกาศิต โดย สุทธิผล นิติวัฒนา) และ เง็กเทยเม้ง (ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยในชื่อ – กระบี่ล้างแค้น โดย ว ณ.เมืองลุง ) นำลงในหนังสือพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวัน โดยเฉพาะเรื่อง ปวยอี่เกี่ยเล้ง นั้นได้รับความนิยมในหมู่ผู้อ่านชาวจีนแทบทัดเทียมกับเรื่อง มังกรหยก ของ กิมย้ง ในช่วงนั้น นับว่าสะท้านทั่ววงการและประสบความสำเร็จอย่างสูง

อ้อเล้งเซ็ง ได้รับผลสะท้อนจาก กิมย้ง งานเขียนของเขาก้าวเข้าสู่อาณาจักรใหม่เขียนเรื่องด้วยความพิถีพิถัน ทั้งบรรยายเหตุการณ์ด้วยความละเมียดละมัย ทุกถ้อยคำทุกกระบวนท่าล้วนผ่านการเค้นสมองครุ่นคิด จนแทบสามารถหลับตานึกภาพได้ ทั้งสร้างสรรค์ตัวละครเปี่ยมไปด้วยสีสัน ทั้งยังเขียนถึงความนึกคิดจิตใจ อ้อเล้งเซ็ง ถนัดเขียนเรื่องยาว ด้วยสำนวนที่สละสลวย เรียบรื่นดั่งสายน้ำ ชวนให้ติดตามอ่านจนจบโดยไม่รู้ตัว

ในระหว่างถ้อยคำโต้ตอบ มักแฝงไปด้วยสุภาษิต คำพังเพยแต่โบราณเข้าไป ช่วยขับเน้นให้ผลงานของเขามีคุณค่าน่าอ่านยิ่งขึ้น นอกจากนั้นสำนวนของ อ้อเล้งเซ็ง ยังเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกกินใจ โดยเฉพาะในการบรรยายความรักระหว่างชายหญิงทำได้อย่างซาบซึ้งตรึงใจ ซึ่งอาจพ้องกันกับชีวิตในวัยฉกรรจ์ของเขา ที่เป็นนักรักอันช่ำชอง เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักร้องสาวพราวเสน่ห์หลายคน เพียงแต่เมื่อ แต่งงานมีเหย้าเรือนแล้วจึง ตัดขาดจากเรื่องราวเหล่านี้ไป

พื้นการศึกษาที่สูงส่งของเขา ช่วยขับผลงานของเขาให้มีคุณค่าน่าอ่านอย่างยิ่ง ส่งผลให้ชื่อเสียงของ อ้อเล้งเซ็ง โด่งดังเป็นที่รู้จักกันทั่ว ไต้หวัน ในฐานะ นักเขียนไต้หวันคนแรก ที่พอจะเทียบเคียง กับ กิมย้ง และ เนี่ยอู่เช็ง แห่งฮ่องกงได้ ทั้งยังส่งผลให้เป็น นักเขียน อันดับหนึ่ง แห่งไต้หวัน ในเวลานั้นอีกด้วย

เรื่อง ปวยอี่เกียเล้ง (หงส์ฟ้าประกาศิต) สถานีโทรทัศน์เจียสื่อแห่งฮ่องกงลอกพล็อตเรื่องทั้งหมดเปลี่ยนชื่อตัวละครต่างๆ สร้างเป็นภาพยนตร์ทีวี.เมืองไทยเคยเสนอฉายทางไทยทีวี.ช่อง 3 อ้อเล้งเซ็งได้รับผลสะท้อนจากกิมย้งแห่งฮ่องกง งานเขียนจึงก้าวเข้าสู่อาณาจักรใหม่

เรื่อง เง็กเทยเม้ง (กระบี่ล้างแค้น) เป็นการเปลี่ยนแปลงก้าวสำคัญของอ้อเล้งเซ็ง ช่วงเวลานี้อ้อเล้งเซ็งแทบเค้นสมองตั้งใจเขียน นอกจากสร้างตัวละครสีสันต่างๆ แล้ว ยังบรรยายถึงความนึกคิดทางจิตใจ สร้างชื่ออ้อเล้งเซ็งกระเดื่องเกริกไกร ลงหลักปักฐานในเส้นทางยุทธจักรนิยายตราบเท่าทุกวันนี้

นอกจากนั้น อ้อเล้งเซ็งยังมีผลงานดีเด่นอีกมากเรื่อง เช่น เทียนไง้เฮียบหลือ กิมเกี่ยมเตียวเล้ง (กระบี่ป้องปฐพี) เพียวฮวยเหล็ง (ประกาศิตบุปผา) กิมปิกเตี้ยมเล้งกี่ (ผู้ชนะไตรภพ) ฮวยหงส์ (ยอดนักบู๊ทะยานฟ้า) เป็นต้น โดยเฉพาะกิมเกี่ยมเตียวเล้ง (กระบี่ป้องปฐพี) ถือเป็นความสำเร็จเหนือคาดหมาย หลังจากที่โด่งดังจากเรื่องกระบี่ล้างแค้นแล้ว


ซีเบ๊จี่อิง (司马紫烟) อ้อเล้งเซ็ง (卧龙生) 独孤红 จูกัวะแชฮุ้น (诸葛青)

ผลงานของ อ้อเล้งเซ็ง มักนำลงในหนังสือพิมพ์รายวันก่อน จากนั้นค่อยจัดพิมพ์รวมเล่ม เขาถนัดจัดเจนในการเขียนเรื่องยาว และเป็นนักเขียนที่มีผลกระทบต่อวงการนิยายกำลังภายในอย่างใหญ่หลวง โครงเรื่องของเขามักถูกนักเขียนอื่น ‘หยิบยืม’ ไปใช้อยู่เสมอ แต่สิ่งที่ผู้อื่นไม่สามารถ ‘หยิบยืม’ ไปใช้ได้ คือ สำนวน ของเขา

อ้อเล้งเซ็งมีสำนวนการเขียนที่สละสลวย เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกโดยเฉพาะบรรยายความรักระหว่างชายหญิงได้อย่างซาบซึ้งตรึงใจ ซึ่งพ้องกับชีวิตเมื่อวัยหนุ่มฉกรรจ์ ที่เป็นนักรักอันช่ำชอง เคยใกล้ชิดสนิทสนมกับนักร้องพราวเสน่ห์หลายนางด้วยกัน แต่หลังจากที่มีครอบครัว ก็เลิกร้างห่างไกลจากแหล่งบันเทิงเริงรมย์แล้ว

นอกจากเขียนยุทธจักรนิยายแล้ว อ้อเล้งเซ็ง ยังเคยเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง เฮียบสือ เปียแขะ ซัวะชิ่ว (วีรบุรุษ เปาเปียว มือสังหาร) เขียนบทภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่องแป๋นึ่งซิ้งท่ำ (สองพ่อลูกยอดนักสืบ) และลกเอี้ยงยี้นึ่ง (วีรบุรุษวีรสตรีแห่งเมืองลกเอี้ยง) ให้กับสถานีโทรทัศน์ทางไต้หวัน นอกจากนั้นยังมีกิจการเรือประมง ตั้งฟาร์มเพาะเห็ดฟาง เปิดบริษัทอิมปอร์ต-เอ๊กปอร์ต แต่ยังคงไม่ร่ำรวยมหาศาลสักครั้งเคยปรากฏเจ้าสัวท่านหนึ่งกล่าวกับอ้อเล้งเซ็งและจูกัวะแชฮุ้นว่า “พวกคุณทั้งสองมีพรสวรรค์จริงๆ เพียงพกปากกา สักด้ามกระดาษสักแผ่นขีดๆเขียนๆตามอำเภอใจก็ได้เงินมา น่าเสียดายที่ค่าต้นฉบับน้อยเกินไป สู้ประกอบการค้าไม่ได้ หากปะเหมาะโชคดีมีโอกาสร่ำรวยเป็นล้าน

สิ่งเดียวที่น่าภาคภูมิใจคือพวกคุณมีชื่อเสียงยิ่งคนดำรงอยู่ในโลก ที่ยากฟันฝ่าคือด่าน “ชื่อเสียงลาภยศ”เจ้าสัวท่านนี้กล่าวได้ไม่ผิด คนเป็นเช่นนี้เอง เมื่อมีชื่อเสียงไม่แน่นักว่ามีเงินทอง คนมีเงินทองไม่แน่นักว่าจะมีชื่อเสียง

อ้อเล้งเซ็ง มีใบหน้าอิ่มเอิบ รูปร่างอ้วนใหญ่ หนัก 69 กิโลกรัม สูง 168 ซม.แต่งงานในปี 2506 กับ แม่พิมพ์ของชาติ นาม เอี้ยเงียมุ้ย มีบุตรธิดารวม 3 คน คนแรกเป็นบุตร สองคนที่เหลือเป็นธิดา

นอกจากงานเขียนนิยายกำลังภายในแล้ว อ้อเล้งเซ็ง ยังเคยเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ผู้เขียนบทภาพยนตร์ นอกจากนั้นยังมีกิจการทำการประมง ตั้งฟาร์มเพาะเห็ดฟาง ทำธุรกิจนำเข้าส่งออก แต่ยังคงไม่ร่ำรวยมหาศาลสักครา

อย่างไรก็ตาม จากผลงานที่ผ่านมา ทำให้ อ้อเล้งเซ็ง ได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 3 ยอดนักเขียน นิยายกำลังภายในของไต้หวัน อ้อเล้งเซ็ง เสียชีวิตเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2540 รวมอายุได้ 68 ปี ที่เหลือไว้ก็เพียงแต่ นิยายกำลังภายในที่ยังอยู่ในใจของใครหลายคนเท่านั้นเอง

ผลงานชิ้นสุดท้ายของท่านคือ ชุดนางสิงห์มือปราบ ขอให้เราท่านทั้งหลายที่ ชื่นชอบผลงานเขียนของท่าน ร่วมไว้อาลัยด้วยเทอญ

รายชื่อนิยายกำลังภายในของ อ้อเล้งเซ็ง ที่ได้รับการถอดความเป็นภาษาไทย

– ปวยอี่เกี่ยเล้ง (หงส์ฟ้าประกาศิต)
– ง็กเทยเม้ง (กระบี่ล้างแค้น)
– เทียนเฮีงเปียว (ห้ามังกร)
– ซู่ชิ่วเกียบ (มือมัจจุราช)
– กังเซาะเฮียงซึง (ลายแทงสีเลือด)
– เทียนเกี่ยมเจาะตอ (นักสู้ผู้เกรียงไกร)
– กิมเกี่ยมเตียวเล้ง (กระบี่ป้องปฐพี)
– เพียวฮวยเหล็ง (ประกาศิตบุปผา)
– เทียนเฮาะโพ่ว (เทพพิชิตศึก)
– จี้เกี้ยมอุ้ยโม้ว (อสูรมหากาฬ)
– ฉิกเจาะม้อเกี่ยม (พระยมผยอง)
– ชุ่ยซิ่วเง็กฮ้วง (ธำมรงค์มรกต)
– ซังหงส์กี้ (นักบู้เลือดเหล็ก)
– เปียวกี้ (ธวัชมังกรสยองขวัญ)
– ซิ้งงั่งอิ้วเล้ง (นักล่ากรรไกรทอง)
– ปวยเหล็ง (พยัคฆ์นักสู้ )
– ซิ้งจิวเฮ้าเฮียบตึง (เทพบุตรการกระบี่ทอง)
– โป๊ยฮวงปวยเล้งกี่ (สะท้านแปดทิศ หรือ มังกรกอบกู้ภัย)
– กิมปิกเตี้ยมเล้งกี่ (ผู้ชนะไตรภพ)
– ฮวยหงส์ (ยอดนักบู้ทะยานฟ้า)
– ชุนชิวปิก (กระบี่เกรียงไกร)
– อิงซอกังโอ้ว (มหาภัยบู้ลิ้ม )
– เอี้ยวฮวยฮ่วงเอ็งตึ่ง (พยัคฆ์เผด็จศึก)
– เฮ็กแป๊ะเกี่ยม (นางพญามหาภัย)
– เกี่ยมบ้ออุ้ง (กระบี่ประหารมาร)
– เทียนเล้งกะ (นางฟ้าประกาศิต)
– ปวยตอตุ้ยง้วย (กระบี่จักรพรรดิ)
– งึ่นง้วยปวยซึง (นักฆ่ามหาประลัย )
– กิมเทยเหล็ง (นางพญาสายรุ้ง)
– เกี่ยมขี่ตั่งเถียกเก้าเต้งเทียน (ฟันฝ่าเก้าชั้นฟ้า)
– ขลุ่ยครองฟ้า
– คัมภีร์เทพฤทธิ์
– โคมทองคะนองฤทธิ์
– นางสิงห์มือปราบ
– นางสิงห์กู้วิกฤต
– หยกมหาภัย


เซี่ยวเฮ้งโชว์
เรื่องราวต่อไปนี้เป็นการลอบเข้าไปอัดเทปการสนทนาของ อากู๋ กับ อาตี๋ สองอาหลานที่นั่งคุยกัน ซึ่งอาจจะมีขาดตกบกพร่องอันเนื่องมาจากการถอดเทป จึงขออภัยมานะที่นี้ ซึ่งใครชอบก็อ่านต่อ ใครไม่ชอบก็อ่านไปแล้วเงียบๆ ไว้นะขอรับ

อาตี๋ “ทำไมอากู๋จึงไม่หวนคืนสู่ยุทธภพขอรับ”
อากู๋ “ผิดถูกอยู่ที่ปาก ความลำบากอยู่ที่ตน ในเมื่อข้าอยู่อย่างสงบๆ ก็ดีอยู่แล้ว แล้วเจ้าจะให้ข้าไปเกลือกกลั้วในปลักน้ำอีกไปไย”
อาตี๋ “ในเมื่ออากู๋ตัดสินใจแล้ว ตี๋น้อยก็เคารพการตัดสินใจของอากู๋ แต่เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ดีแล้ว”
อากู๋ “มีอันใดที่ดี?”
อาตี๋ “ตี๋น้อยจะได้ไถ่ถามอากู๋ถนัดๆ หน่อย”
อากู๋ “แล้วเจ้าต้องการรู้เรื่องอะไรล่ะ อาตี๋น้อย”
อาตี๋ “ตี๋น้อยอยากให้อากู๋เล่าขานตำนานยุทธภพนะขอรับ”
อากู๋ “ยุทธจักรมีเรื่องราวมากมาย เจ้าต้องการให้อากู๋พูดเรื่องใด”
อาตี๋ “แล้วแต่อากู๋จะอยากเล่าขอรับ”
อากู๋ “ได้!! ข้าขอใบไผ่เขียว”
อาตี๋ “ไม่ได้หมายความอย่างนั้น ตี๋น้อยหมายถึงเล่าเรื่องขอรับ ไม่ใช่เหล้าสุรา”
อากู๋ “อ้าว!! นึกว่าเจ้าจะเสนอเหล้าให้ข้าซะอีก เอางี้!! เรื่องที่ข้าอยากเล่าก็คือเรื่องของ ผู้แต่งนิยาย”
อาตี๋ “โกวเล้ง กิมย้ง หวงอี้?”
อากู๋ “บุคคลอันสูงส่งเล่านี้ข้ามิบังอาจไปเอ่ยอ้างถึงดอก”
อาตี๋ “แล้วอากู๋ต้องการพูดถึงนักแต่งท่านใด”
อากู๋ “ผู้ที่มีชื่อเสียงหนึ่งในสามสุดยอดนักแต่งแห่งไต้หวั๋น ในไต้หวั๋นมากมายแต่มีที่สุดยอดเพียงสามคนเจ้าทราบหรือไม่ว่าข้าหมายถึงใคร?”
อาตี๋ “โกวเล้ง อ้อเล้งเซ็ง จูกัวะแชฮุ้น”
อากู๋ “วันนี้ข้าจะพูดถึงนักศึกษามังกรหลับ (อ้อเล้งเซ็ง) ซึ่งเป็นฉายาของขงเบ้งในยุคสามก๊กท่านนี้”
อาตี๋ “ใช่ผู้แต่ง กระบี่ป้องปฐพี ผู้ชนะไตรภพ มังกรกอบกู้ภัย ใช่ไหมขอรับ?”
อากู๋ “ถูกต้อง แล้วเจ้ารู้หรือไม่นิยายเรื่องแรกของอ้อเล้งเซ็งคือเรื่องใด?”
อาตี๋ “ใช่กระบี่ล้างแค้นหรือไม่?”
อากู๋ “ไม่! เรื่อง เง็กเทยเม้ง (กระบี่ล้างแค้น) ที่ท่าน ว.ณ เมืองลุงแปล เป็นเรื่องสร้างชื่อให้กับท่านอ้อเล้งเซ็งที่ควบคู่ไปกับ เซียนเฮาะซิ่งจำ (หงส์ฟ้าประกาศิต) ที่ท่านจำลอง พิศนาคะแปล แต่ยังไม่ใช่เรื่องแรกๆ ของท่านผู้นี้”
อาตี๋ “กระบี่ป้องปฐพี ผู้ชนะไตรภพ?”
อากู๋ “กิมเกี่ยมเตียวเล้ง กับ กิมปิกเตียมเล้งกี่ เป็นเรื่องภายหลังอีก”
อาตี๋ “ประกาศิตบุปผา ยอดนักบู๊ทะยานฟ้า?”
อากู๋ “เจ้าไม่ต้องคาดเดาแล้ว เพียวฮวยเหล็ง กับ ฮวยหงส์ ก็เป็นเรื่องภายหลังแล้ว แต่เป็นเรื่อง เกียฮ้งเจ่กเกี่ยม จิ้นกังโอ้ว และฮวงติ้งเฮียบอึ้ง (กระบี่สะท้านรุ้ง สยบยุทธจักร และ วีรบุรุษสลาตัน) จึงเป็นเรื่องในยุคแรกของท่านอ้อเล้งเซ็ง”
อาตี๋ “มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ ใครแปลขอรับ”
อากู๋ “ไม่มีคนแปล เพราะเป็นเรื่องที่เดินตามทางสายเก่าของ แต่เจ่งอิงและจูเจ็งบัก นักเขียนเก่า เพียงมีสำนาวนที่ราบรื่นไม่มีการบรรยายที่ลึกซึ้งอันใด”
อาตี๋ “ซึ่งเมื่อหาแนวทางของตนเองได้จึงเกิดเป็นกระบี่ล้างแค้นและหงส์ฟ้าประกาศิตใช่ไหมขอรับ?”
อากู๋ “ถูกต้อง ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้เป็นเกร็ดย่อยที่น่าสนใจด้วย”
อาตี๋ “เป็นเรื่องราวเช่นใดขอรับ”
อากู๋ “เมื่อตอนตีพิมพ์ที่ไต้หวั๋นทั้งสองเรื่องนี้ใช้ชื่อ เง็กเทยเม้ง (สาบานของปิ่นหยก, the Jade Hairpin and the Vow) และ เซียนเฮาะซิ้งจำ (กะเรียนเทพยดาเข็มเทพเจ้า) แต่เมื่อพิมพ์ที่ฮ่องกงกลับใช้ชื่อ เพ็กฮ้วยกิมเทย (เลือดกล้าปิ่นหยก) กับ ปวยอี่เกียเล้ง (นางแอ่นบินสะท้านมังกร, Flying Swallow Disturbing the Dragon)”
อาตี๋ “สำคัญจริงๆ”
อากู๋ “ที่สำคัญตอนพิมพ์ที่ไต้หวั๋นใช้ชื่ออ้อเล้งเซ็ง แต่ที่ฮ่องกงใช้ชื่อกิมท้ง”
อาตี๋ “แล้วกิมท้งผู้นี้ใช่หรือไม่? ที่เขียนกระบี่ล้างแค้นภาคสองต่อจนเลอะเทอะ”
อากู๋ “ถูกต้อง กิมท้งของฮ่องกงผู้นี้ฝีมือยังห่างไกลกับอ้อเล้งเซ็งมากนัก ซึ่งมิใช่ห่างไกลธรรมดา หากแต่ห่างไกลสี่หมื่นแปดพันลี้ เจ้าได้หยิบกระบี่ล้างแค้นภาคสองของอากู๋ไปอ่านแล้วหรือยัง”
อาตี๋ “อ่านแล้วขอรับ เปิดเรื่องมามั่วสนุกสนานเลย ตัวละครบุคลิกหลุดไปจากที่ท่านอ้อเล้งเซ็งแต่งไว้หมดสิ้น แต่พอไปได้ซักสิบกว่าตอนจึงค่อยดีขึ้นหน่อย”
อากู๋ “นี่จึงเป็นที่มาที่เมื่อประพันธ์สาส์นนำมาพิมพ์รวมเล่มจึงตัดทิ้งไป ซึ่งต้นฉบับปกอ่อนยาวถึง 105เล่ม แต่เมื่อตัดภาคสองออกจึงเหลือปกแข็งแค่ 10 เล่ม ทั้งๆที่ถ้าหากรวมภาคสองจะยาว 25-26 เล่มทีเดียว”
อาตี๋ “เห็นว่าท่าน ว. ถึงกับต้องเขียนขอโทษขอโพยนักอ่านทีเดียว”
อากู๋ “ช่วยไม่ได้ เงินทองไม่เข้าใครออกใคร ในเมื่อเรื่องนี้เป็นผลงานแปลเรื่องแรกของท่าน ว. ซึ่งมีการใช้สำนวนการแปลในรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากของเดิมที่เขียนเหมือนพงศาวดาร และยังมีการใช้สำนวนตลอดจนการตั้งชื่อฉายาที่แปลกใหม่ ซึ่งทำให้เป็นที่นิยมของตลาดในยุคนั้น”
อาตี๋ “และขายได้ขายดีจนเจ้าของสำนักพิมพ์ต้องขอร้องแกมบังคับให้ท่าน ว. แปลต่อใช่หรือไม่ขอรับ”
อากู๋ “ถูกต้อง ซึ่งเมื่อพูดถึงกระบี่ล้างแค้นแล้วจะไม่พูดถึงหงส์ฟ้าประกาศิตก็กระไรอยู่ ตี๋น้อยเจ้าเคยดูหนังเรื่อง คัมภีร์กระเรียนเซียนเหยียบฟ้าหรือไม่?”
อาตี๋ “หรือเป็นเรื่องเดียวกันขอรับ”
อากู๋ “ถูกต้อง ซึ่งในหนังได้ตัดบทบาทซือม่วยของพระเอกออกไป จึงเหลือนางเอกแค่สองคน แล้วเจ้าเคยดูละครทีวีเรื่อง เดชคัมภีร์กระบี่เลือด หรือไม่?”
อาตี๋ “หรือจะเป็นเรื่องเดียวกันอีก”
อากู๋ “ถูกต้อง ซึ่งในเรื่องนี้ทำตามต้นฉบับของอ้อเล้งเซ็งค่อนข้างมาก แต่น่าเสียดาย…..”
อาตี๋ “มีอันใดน่าเสียดายขอรับ”
อากู๋ “เสียดายที่ผู้สร้างเป็นเอทีวี ไม่ใช่ ทีวีบี จึงลุ้นยากมากที่จะทำออกมาเป็นวีซีดี”
อาตี๋ “แต่เมื่อปีกลายตี๋น้อยเคยดูที่ช่อง 5 ตอนกลางวันนะขอรับ”
อาตี๋ “มีเรื่องเช่นนั้น………ผู้ใดแอบลักลอบฟัง……ไสศีรษะออกมา…..”

ขออภัยที่ถูกอากู๋จับได้จึงอัดเทปมาได้เพียงนี้

(หลังจากนั้น… มีค่อขอรับ)

อากู๋ “………ว่าแต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าชื่อจริงของท่านอ้อเล้งเซ็งเรียกว่ากระไร?”
อาตี๋ “มิทราบขอรับ รู้แต่ว่าเป็นคนมณฑลฮ่อหนำของจีนเท่านั้น”
อากู๋ “ทราบเรื่องนี้ก็มิใช่ย่อยแล้ว ชื่อจริงของท่านอ้อเล้งเซ็ง คือ งู้เฮาะเต้ง แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่านามปากกาอ้อเล้งเซ็งมาจากไหน”
อาตี๋ “แว่วว่าเลียนแบบท่าน เพ้งกังปุกเสียวเซ็ง ขอรับ”
อากู๋ “ถูกต้อง จากข้อมูลที่ข้ามีสันนิษฐานว่าอ้อเล้งมาจากสถานศึกษาของท่านที่มีนามว่า อ้อเล้งจืออี่ ที่ประเทศจีน แต่น่าเสียดายที่ยังมิทันเรียนจบก็สมัครเข้าเป็นทหารในปี พ.ศ. 2491 ติดตามกองทัพจนมาประจำการที่ไต้หวั๋น เมื่อปลดประจำการจึงเกิดแรงบันดาลใจให้เขียนยุทธจักรนิยายขึ้น”
อาตี๋ “เท่าที่ตี๋น้อยทราบข่าวมา ท่านอ้อเล้งเซ็ง เสียชีวิตแล้ว มิทราบว่าเป็นความจริงหรือไม่ขอรับ”
อากู๋ “จริง ท่านอ้อเล้งเซ็งเสียชีวิตเพราะหัวใจวายตายเมื่อ วันที่ 22 มีนาคม 2540 สิริอายุรวม 68 ปี (นับจีน)”
อาตี๋ “แล้วมิทราบว่าท่านมีบุตรธิดาหรือไม่ขอรับ”
อากู๋ “ท่านแต่งงานเมื่อ ปีพ.ศ. 2506 มีบุตรธิดารวมสามคน คนโตเป็นชาย อีกสองคนเป็นผู้หญิง”
อาตี๋ “แล้วผลงานชิ้นสุดท้ายของท่านคือชุดนางสิงห์มือปราบใช่หรือไม่ขอรับ”
อากู๋ “ใช่ ผลงานชุดนี้ถือเป็นผลงานทิ้งทวนก่อนอำลาจากกันที่ถือว่าไม่เลวทีเดียว ไม่เหมือนคนบางคนที่ผลงานทิ้งทวนกลับชุ่ยจนแทบรับไม่ได้”
อาตี๋ “อากู๋กำลังหมายถึงใครบ้างที่ตี๋น้อยก็รู้ว่าใครใช่หรือเปล่าเนี่ย”
อากู๋ “อย่าไปแตะต้อง’ท่าน’เลย เดี๋ยวจะโดนหางเลขเข้าจะซวยอีก”
อาตี๋ “เอ้า!! ไม่พูดถึงก็ได้ งั้นตี๋น้อยของถามถึงผลงานของท่านอ้อเล้งเซ็งดีกว่า มิทราบว่าในบรรดาผลงานของท่านอากู๋ชอบเรื่องใดบ้างขอรับ”
อากู๋ “สำนวนการเขียนของท่านอ้อเล้งเซ็งล้วนสละสลวย เปี่ยมด้วยความรู้สึก โดยเฉพาะการบรรยายความรักระหว่างชายหญิงได้อย่างซาบซึ้ง ถือเป็นนิยายมาตรฐานของยุทธจักรนิยายได้เต็มภาคภูมิ ซึ่งในบรรดาเรื่องทั้งหมดของท่านข้ามีความผูกพันกับ กระบี่ล้างแค้น กับ กระบี่ป้องปฐพี เป็นพิเศษ”
อาตี๋ “หนึ่งเป็นผลงานแปลของท่าน ว.ณ เมืองลุง อีกหนึ่งเป็นผลงานแปลของท่าน น.นพรัตน์ มิทราบอากู๋มีความเห็นกับทั้งสองเรื่องนี้อย่างไรขอรับ”

(อ้าว หมดแว้ว…ซะงั้น)

Advertisements

ใส่ความเห็น

ยังไม่มีความเห็น

Comments RSS TrackBack Identifier URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s