ดาบมังกรหยก – ในใจของข้าพเจ้าเองรักเซี่ยวเจียวที่สุด

ดาบมังกรหยก

ดาบมังกรหยก หรือ ชื่อที่กิมย้งตั้งคือ “กระบี่อิงฟ้า ดาบฆ่ามังกร” (倚天屠龍記 หรือ The Heavenly Sword and the Dragon Saber) เป็นภาคที่สามและภาคสุดท้ายในไตรภาคมังกรหยก เรื่องนี้มีผู้แปลเป็นภาษาไทย 3 สำนวน

ดาบมังกรหยก
ผู้แปล น. นพรัตน์
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ สยามสปอร์ตพริ้นติ้ง พิมพ์ปี พ.ศ. 2537 จำนวน 8 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ สยามอินเตอร์คอมิคส์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2543 จำนวน 6 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 3 สพ สยามอินเตอร์บุ๊ค พิมพ์ปี พ.ศ. 2548 จำนวน 4 เล่มจบ มีขาย

ดาบมังกรหยก
ผู้แปล จำลอง พิศนาคะ
พิมพ์ล่าสุดโดย สพ สร้างสรรค์ พิมพ์ปี พ.ศ. (พร้อมกล่อง) จำนวน 8 เล่มจบ มีขายที่สัปดาห์หนังสือ
พิมพ์ครั้งแรก เมื่อ ปี 2502 โดย สพ ศิริอักษร แบ่งเป็น 2 ภาค มังกรหยก ภาค 3 และภาค 4 (ลูกมังกรหยก)

จอมยุทธมังกรหยก ภาคสมบูรณ์ ศึกชิงเจ้ายุทธจักร
ผู้แปล คนบ้านเพ
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ สุขภาพใจ พิมพ์ปี พ.ศ. 2539 จำนวน 6 เล่มจบ หายากมาก

กิมย้งบอกความในใจของท่านต่อเรื่องนี้ว่า…

เรื่องดาบมังกรหยก เป็นภาคที่สามของไตรภาคมังกรหยก ตัวเอกของทั้งสามเรื่องนี้ มีนิสัยใจคอผิดแผกแตกต่างกัน ก๊วยเจ๋งสัตย์ซื่อถือมั่น เอี้ยก่วยปล่อยตัวตามอารมณ์ ส่วนอุปนิสัยใจคอของเตียบ้อกี๋ค่อนข้างสับสน และค่อนข้างอ่อนแอ เขาขาดธาตุแท้ของวีรบุรุษผู้กล้าอยู่บ้าง ในบุคลิกลักษณะมาตรว่ามีจุดเด่น แต่ก็มีข้อด้อยมากหลาย อาจบางทีคล้ายคลึงกับพวกเราเหล่าสามัญชนคนธรรมดากว่าเดิม เอี้ยก่วยนับเป็นบุคคลประเภทอัตนิยม ก๊วยเจ๋งรู้สึกยึดมั่นต่อเรื่องราวที่คับขันสำคัญ หากเป็นเรื่องปลีกย่อยเล็กน้อย ต้องให้อึ้งย้งคอยกระตุ้นเตือน แต่ในชีวิตเตียบ้อกี๋มักได้รับผลสะท้อนจากผู้อื่น ถูกสภาพแวดล้อมครอบงำ ไม่สามารถดิ้นรนหลุดพ้นได้ ทางด้านความรักเอี้ยก่วยทุ่มเทชีวิตจิตใจให้เซียวเล้งนึ่ง ไม่เห็นจารีตประเพณีของสังคมอยู่ในสายตา เตียบ้อกี๋กลับเลอะเลือนอลวน ความรู้สึกที่มีต่อจิวจี้เยียก เตี่ยเมี่ยง ฮึงลี้และเซี่ยวเจียว ทั้งสี่นางเขาคล้ายรักเตี่ยเมี่ยงที่สุด ตอนท้ายยังกล่าวกับจิวจี้เยียกเช่นนี้ แต่ในส่วนลึกของจิตใจเขา เขารักโกวเนี้ยนางใดมากกว่า เกรงว่าเขาเองก็ไม่ทราบ ผู้แต่งก็ไม่ทราบ ในเมื่อเขามีบุคลิกลักษณะเช่นนี้ ความเป็นไปทุกประการ ล้วนขึ้นอยู่กับนิสัยใจคอของเขา ผู้แต่งไม่อาจกล่าวล่วงได้

บุคคลเช่นเตียบ้อกี๋ ต่อให้มีวิชาฝีมือสูงเยี่ยมกว่านี้ จะอย่างไรมิอาจเป็นผู้นำทางการเมือง แน่นอน เขาเองก็ไม่คิดเป็น ต่อให้ฝืนใจดำรงตำแหน่ง สุดท้ายก็ต้องประสบความล้มเหลว ประวัติศาสตร์ทางการเมือง ซึ่งยาวนานถึงสามพันปี มีบทสรุปเด่นชัดไว้แต่แรก ผู้นำทางการเมืองที่ประสบความสำเร็จของจีน เงื่อนไขข้อแรกคือ “อดทน” ซึ่งครอบคลุมทั้งอดทนต่อตัวเอง อดทนต่อผู้อื่น ตลอดจนอำมหิตต่อศัตรูทางการเมือง เงื่อนไขประการสองคือ “เด็ดขาดฉับไว” ประการสามคือ “มีความมักใหญ่ใฝ่สูงอย่างแรงกล้า” เตียบ้อกี๋ไม่มีเงื่อนไขเหล่านี้แม้สักครึ่งข้อ จิวจี้เยียกกับเตี่ยเมี่ยงกลับกอปรด้วยความสามารถทางการเมือง ดังนั้นโกวเนี้ยทั้งสองนางนี้แม้งดงามแต่ไม่น่ารัก

ในใจของข้าพเจ้าเองรักเซี่ยวเจียวที่สุด น่าเสียดายที่ไม่อาจให้นางอยู่ร่วมกับเตียบ้อกี๋ นึกดูบังเกิดความหดหู่ใจอยู่บ้าง

ดังนั้นเรื่องราวความรักในนิยายเรื่องนี้ ไม่สวยงามเพริศแพร้วนัก มาตรว่ามีความสมจริงกว่าเดิมก็ตาม

เตียบ้อกี๋ไม่ใช่ผู้นำที่ดี แต่สามารถเป็นกัลยาณมิตรของพวกเรา ซึ่งความจริง นิยายเรื่องนี้ไม่เน้นที่ความรักฉันบุรุษสตรี หากแต่อยู่ที่คุณธรรมน้ำมิตรระหว่างบุรุษกับบุรุษ เช่นน้ำใจไมตรีของเจ็ดจอมยุทธ์บู๊ตึง ตลอดจนความรักอาทรที่เตียซำฮงมีต่อเตียฉุ่ยซัว และเจี่ยซุ่นมีต่อเตียบ้อกี๋

แต่ว่าความเศร้าสลดในขณะที่เตียซำฮงเห็นเตียฉุ่ยซัวกระทำอัตวินิบาตกรรม ตลอดจนเจี่ยซุ่นรับทราบข่าวการตายของเตียบ้อกี๋ ในเรื่องเขียนอย่างผิวเผินเกินไป ในชีวิตจริงของมนุษย์ หาได้เป็นเช่นนี้ได้

ทั้งนี้เพราะตอนนั้นข้าพเจ้ายังไม่เข้าใจกระจ่าง

กิมย้ง

มีนาคม ค.ศ. 1977

Advertisements

ใส่ความเห็น

ยังไม่มีความเห็น

Comments RSS TrackBack Identifier URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s