ทายาทมังกร

ทายาทมังกร

ผู้แปล น. นพรัตน์

เรื่องที่ดีที่สุดของเซียวอิด

พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ สยามสปอร์ตพับลิชชิ่ง พิมพ์ปี พ.ศ. 2528 จำนวน 3 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ วิถีบูรพา พิมพ์ปี พ.ศ. 2553 จำนวน 3 เล่มจบ


หน้าปกฉบับบพิมพ์ครั้งที่ 1

เซียวอิดเขียน ทายาทมังกร เมื่อครั้งอยู่สหรัฐ เขียนมาลงที่ จงกั๋วอิ่วเป้า ของใต้หวัน สำนวนความเรียงแปลก ลีลาดำเนินเรื่องแปลก เรื่องนี้ตัวเอกอยู่ในป่าเขา มีชาติกำเนิด ประวัติความเป็นมาแปลกพิสดาร ลึกลับสันโดษ เขียนบทกวีไว้ในกระท่อมว่า “ไยต้องมีมโหรี ในไพรีมีเสียงทิพย์”

วิชาฝีมือตัวเอกสูงส้ำ แต่ไม่ทะเยอทะยาน ไม่มีปณิธานล้างแค้นอันใด เพียงห่วงใยชาวประชา สอนหนังสือเด็กน้อยด้อยโอกาส

แต่คนไร้เรื่องราว เรื่องราวกลับวิ่งมาหาตัวเอง กษัตริย์เจ้าชีวิตกรีฑาทัพออกปราบไพรีนอกด่าน พ่วงเอาองค์ชายผู้มักใหญ่ใฝ่สูงมาชายแดน

แม้ตนจะไม่มีปณิธานล้างแค้นอันใด แต่ปมเรื่องชาติกำเนิดกลับเป็นสิ่งยังก้าวข้ามไม่ผ่าน มีชีวิตเวียนว่ายอยู่ในวังวนของสายเลือด

อยู่ระหว่างสองหญิงที่สวยงามน่าประทับใจ อยากให้ลองอ่านดู

Advertisements

ร้านหนังสือออนไลน์ที่ขายนิยายจีนกำลังภายใน

http://www.thaibookonline.com/
http://www.weloveshopping.com/shop/bookkamer
http://www.weloveshopping.com/shop/booklover
http://www.thaibook.net/

เซียวอิด – เลิศล้ำแซ่เซียว

เซียวอิด (เซียวเป็นแซ่ อิดแปลว่าเลิศล้ำ) เป็นหนึ่งในสิบเจ้ายุทธจักรนิยายขิงไต้หวัน มีชื่อจริงว่า เซียวเก่งยิ้น เป็นคนมณฑลชานตุง บิดาเป็นนายทหารที่มีเกียรติประวัติในการสู้รบกับทหารญี่ปุ่น เมื่อคราวสงครามโลกครั้งที่สอง ถือกำเนิดจากครอบครัวชายชาติทหาร มีวิชาความรู้ติดตัว สำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรม แต่เมื่อยุคสมัยที่ไตหวันเฟื่องนิยายกำลังภายใน ได้พาตัวเองเข้าสู่แวดวงยุทธจักรนิยาย

เซียวอิดเริ่มงานเขียนเมื่อมิ่นก๊กปีที่ 50 (ค.ศ. 1961) ผลงานเรื่องแรกของเขาคือ ทิงังซึงเล้ง ซึ่งที่ผ่านมามีผลงานเรื่องยาวประมาณสามสี่สิบเรื่อง มีอยู่หลายเรื่องได้รับการสร้างเป็นภาพยนต์ทางจอเงิน

ในนักเขียนนิยายกำลังภายใน เซียวอิดนับเป็นผู้ที่มีรูปร่างหน้าตางามสง่า นิสัยกรุ้มกริ่มกรุยกราย ดังนั้นตัวเอกในนิยายของเขา จะมากจะน้อยก็ถ่ายทอดความเป็นตัวเขาออกมา สามารถเขียนตัวเอกได้อย่างนุ่มนวลมากรัก ไม่ทราบเกาะกุมจิตใจหญิงสาวมากน้อยเท่าใด

เซียวอิดไม่ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ระหว่างที่เขียนหนังสือ จะไม่อนุญาติให้ผู้คนรบกวน ขังตัวเองอยู่ในห้องหนังสือ มีวิธีสร้างจินตนาการที่พิสดารไม่เหมือนใคร เซียวอิดมีน้องชายร่วมสายโลหิตคนหนึ่ง ซึ่งเขียนนิยายกำลังภายในเช่นกัน โดยใช้นามปากกาว่า โก้วยู่ฮวง ซึ่งเคยมีผลงานหลายเรื่องด้วยกัน เช่น ไฮยี่กี้ (ลูกทะเล) เป็นต้น ปัจจุบันได้วางมือจากการเขียนไปแล้ว

ผลงานที่ได้รับการแปลเป็นภาษาไทย

1 จอมโจรโคมแดง แปลโดย น. นพรัตน์ อาจมีขาย
2 ทายาทมังกร น. นพรัตน์ มีขายตามร้านหนังสือทั่วไป
3 นักบู๊กู่ก้องฟ้า น. นพรัตน์ อาจมีขาย
4 ยอดบุรุษเหล็ก น. นพรัตน์
5 ยอดยุทธสุดขอบฟ้า น. นพรัตน์
6 บัญชานางกาลี ว. ณ เมืองลุง มีขาย
7 ล่าหฤโหด ว. ณ เมืองลุง

บทกวีในนิยายวรยุทธ

บ้อซกเหนียม (อโลกียานุสติ – ไร้โลกีย์คะนึง)

วสันต์โอฬารเคลื่อนคล้อยผ่าน ทุกปีของเทศกาลไหว้บรรพบุรุษ
ฤดูดอกสาลี่บานเบ่ง
ดุจแพรขาวเลื่อมเมลืองหอมจรุง พฤกษ์หยกงามดอกตูมสุมหิมะ
ราตรีกาลเงียบสงบ เงาอุทกเมฆหนาแน่น
อาบไล้แสงจันทร์เยียบเย็น
สุดฟากฟ้าแดนดินถิ่นมนุษย์ ประกายเงินผ่องผุดพรึกพร่าพราย
ไร้มลทินดั่งอริยนารี ราศีพริ้งเพริศงดงาม
เจตน์จำนงสูงล้ำบริสุทธิ์
หมื่นบุปผาแทรกแซมเรียงรายล้อม มิร่วมวงรวมกลุ่มมุ่งประชัน
จิตผ่องแผ้วไพศาล ธาตุเซียนล้ำสง่าศรี
ลงธรณียากแยกแยะ
คืนสู่วิมานทิพย์สถาน จึงประจักษ์ความวิสุทธิ์โสภา

ท่านกิมย้งกล่าวว่าเป็นร้อยกรองที่ท่านคูชู่กีกล่าวสดุดีหญิงงามเซียวเล่งนึ้ง ทายาทสำนักสุสานโบราณ

บทกวีของหลีแป๊ะหรือหลี่ป๋อ

ยามนั้นเดือนฉายสกาวกลางท้องฟ้า ลมโชยต้องใบไม้ นกกาบนกิ่งพฤกษาร้องเซ็งแซ่ ก๊วยเซียงสุดจะข่มใจต่อไปได้ หยาดน้ำตาเอ่อท้นออกมาทันที โอ้ว่า

ลมศารทโชยฉ่ำชื่น จันทร์คืนศารทแสงเด่นงาม
ใบไม้ร่วงสุมซ่านตาม ยามหนาวนกเนาหวาดบิน
สุดถวิลจะพบกันวันใดเล่า ยามราตรีนี้สิเศร้าสุดจินต์

ลำนำคลื่นกระทบหาดทราย หลี่โฮ่วจู กวีสมัยถัง

นอกม่านพิรุณพรำพร่าง
วสันตทัศน์ปลิดโปรย
ห่มผ้าเกินฝืนหนาวยามห้า
ในฝันมิรู้ตนคืออาคันตุกะ
ละโมบในความรื่นรมย์อยู่เสมอมา
อยู่เดียวมิควรเหม่อพิงระเบียง
สายน้ำขุนเขามิรู้สิ้น
ยามจากแสนง่าย พบนั้นยาก
น้ำไหล มาลีโรย วสันต์จากแล้วหนอ
ไปสู่ฟากฟ้าหรือแดนดิน

บทเพลง “เยี่ยจงเกอ”

ดินแดนนั้นคือเงียบกุ๋น สายน้ำนั้นคือจังสุ่ย

คนวิเศษมาบังเกิด ณ ที่นี้

ทั้งทางยุทธ์ ทางประพันธ์ ศิลป์กวี

ทั้งพ่อลูก น้องพี่ ทั้งบ่าวนาย

วีรกรรมเหนือล้ำธรรมดา

จะไปมาอย่างไรสุดคาดหมาย

เปี่ยมทั้งบุญ ทั้งบาป ทั้งดีร้าย

ทั้งเสื่อมฉาว งามกำจาย ในกายเดียว

บทประพันธ์เปี่ยมวิญญาณบันดาลเด่น

ใช่ผู้คนไม่เห็นไม่แลเหลียว

สร้างเวียงวังใต้เงื้อมเขาข้างน้ำเชี่ยว

เชิงระยับลดเลี้ยวอลังการ

คนผู้นี้มีหรือไม่เรืองโรจน์

เป็นราชาหรือคนโฉดผู้เหี้ยมหาญ

ผู้ยิ่งใหญ่แม้คร่ำคราญเหมือนนงคราญ

ก็ยังพาลต่อว่าอยุติธรรม

อนิจจา….

คนก่อนเก่าพวกเขาเริ่มต้นคิด

ไม่แบ่งน้อยใหญ่ติดที่ชนชั้น

ทุกคนมีค่าแน่แม้ต่างกัน

พวกบัณฑิตพากันหัวเราะเลย

เที่ยวปากเปราะร่อร่ายกระจายทั่ว

หมิ่นคนตายต่ำกว่าตัวเจียมละเหวย

ซากในหลุมอยู่นิ่งหยิ่งเฉยเมย

กระดูกยิ้มกลบเย้ยพวกแก่เรียน

ดาบมังกรหยก – ในใจของข้าพเจ้าเองรักเซี่ยวเจียวที่สุด

ดาบมังกรหยก

ดาบมังกรหยก หรือ ชื่อที่กิมย้งตั้งคือ “กระบี่อิงฟ้า ดาบฆ่ามังกร” (倚天屠龍記 หรือ The Heavenly Sword and the Dragon Saber) เป็นภาคที่สามและภาคสุดท้ายในไตรภาคมังกรหยก เรื่องนี้มีผู้แปลเป็นภาษาไทย 3 สำนวน

ดาบมังกรหยก
ผู้แปล น. นพรัตน์
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ สยามสปอร์ตพริ้นติ้ง พิมพ์ปี พ.ศ. 2537 จำนวน 8 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ สยามอินเตอร์คอมิคส์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2543 จำนวน 6 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 3 สพ สยามอินเตอร์บุ๊ค พิมพ์ปี พ.ศ. 2548 จำนวน 4 เล่มจบ มีขาย

ดาบมังกรหยก
ผู้แปล จำลอง พิศนาคะ
พิมพ์ล่าสุดโดย สพ สร้างสรรค์ พิมพ์ปี พ.ศ. (พร้อมกล่อง) จำนวน 8 เล่มจบ มีขายที่สัปดาห์หนังสือ
พิมพ์ครั้งแรก เมื่อ ปี 2502 โดย สพ ศิริอักษร แบ่งเป็น 2 ภาค มังกรหยก ภาค 3 และภาค 4 (ลูกมังกรหยก)

จอมยุทธมังกรหยก ภาคสมบูรณ์ ศึกชิงเจ้ายุทธจักร
ผู้แปล คนบ้านเพ
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ สุขภาพใจ พิมพ์ปี พ.ศ. 2539 จำนวน 6 เล่มจบ หายากมาก

กิมย้งบอกความในใจของท่านต่อเรื่องนี้ว่า…

เรื่องดาบมังกรหยก เป็นภาคที่สามของไตรภาคมังกรหยก ตัวเอกของทั้งสามเรื่องนี้ มีนิสัยใจคอผิดแผกแตกต่างกัน ก๊วยเจ๋งสัตย์ซื่อถือมั่น เอี้ยก่วยปล่อยตัวตามอารมณ์ ส่วนอุปนิสัยใจคอของเตียบ้อกี๋ค่อนข้างสับสน และค่อนข้างอ่อนแอ เขาขาดธาตุแท้ของวีรบุรุษผู้กล้าอยู่บ้าง ในบุคลิกลักษณะมาตรว่ามีจุดเด่น แต่ก็มีข้อด้อยมากหลาย อาจบางทีคล้ายคลึงกับพวกเราเหล่าสามัญชนคนธรรมดากว่าเดิม เอี้ยก่วยนับเป็นบุคคลประเภทอัตนิยม ก๊วยเจ๋งรู้สึกยึดมั่นต่อเรื่องราวที่คับขันสำคัญ หากเป็นเรื่องปลีกย่อยเล็กน้อย ต้องให้อึ้งย้งคอยกระตุ้นเตือน แต่ในชีวิตเตียบ้อกี๋มักได้รับผลสะท้อนจากผู้อื่น ถูกสภาพแวดล้อมครอบงำ ไม่สามารถดิ้นรนหลุดพ้นได้ ทางด้านความรักเอี้ยก่วยทุ่มเทชีวิตจิตใจให้เซียวเล้งนึ่ง ไม่เห็นจารีตประเพณีของสังคมอยู่ในสายตา เตียบ้อกี๋กลับเลอะเลือนอลวน ความรู้สึกที่มีต่อจิวจี้เยียก เตี่ยเมี่ยง ฮึงลี้และเซี่ยวเจียว ทั้งสี่นางเขาคล้ายรักเตี่ยเมี่ยงที่สุด ตอนท้ายยังกล่าวกับจิวจี้เยียกเช่นนี้ แต่ในส่วนลึกของจิตใจเขา เขารักโกวเนี้ยนางใดมากกว่า เกรงว่าเขาเองก็ไม่ทราบ ผู้แต่งก็ไม่ทราบ ในเมื่อเขามีบุคลิกลักษณะเช่นนี้ ความเป็นไปทุกประการ ล้วนขึ้นอยู่กับนิสัยใจคอของเขา ผู้แต่งไม่อาจกล่าวล่วงได้

บุคคลเช่นเตียบ้อกี๋ ต่อให้มีวิชาฝีมือสูงเยี่ยมกว่านี้ จะอย่างไรมิอาจเป็นผู้นำทางการเมือง แน่นอน เขาเองก็ไม่คิดเป็น ต่อให้ฝืนใจดำรงตำแหน่ง สุดท้ายก็ต้องประสบความล้มเหลว ประวัติศาสตร์ทางการเมือง ซึ่งยาวนานถึงสามพันปี มีบทสรุปเด่นชัดไว้แต่แรก ผู้นำทางการเมืองที่ประสบความสำเร็จของจีน เงื่อนไขข้อแรกคือ “อดทน” ซึ่งครอบคลุมทั้งอดทนต่อตัวเอง อดทนต่อผู้อื่น ตลอดจนอำมหิตต่อศัตรูทางการเมือง เงื่อนไขประการสองคือ “เด็ดขาดฉับไว” ประการสามคือ “มีความมักใหญ่ใฝ่สูงอย่างแรงกล้า” เตียบ้อกี๋ไม่มีเงื่อนไขเหล่านี้แม้สักครึ่งข้อ จิวจี้เยียกกับเตี่ยเมี่ยงกลับกอปรด้วยความสามารถทางการเมือง ดังนั้นโกวเนี้ยทั้งสองนางนี้แม้งดงามแต่ไม่น่ารัก

ในใจของข้าพเจ้าเองรักเซี่ยวเจียวที่สุด น่าเสียดายที่ไม่อาจให้นางอยู่ร่วมกับเตียบ้อกี๋ นึกดูบังเกิดความหดหู่ใจอยู่บ้าง

ดังนั้นเรื่องราวความรักในนิยายเรื่องนี้ ไม่สวยงามเพริศแพร้วนัก มาตรว่ามีความสมจริงกว่าเดิมก็ตาม

เตียบ้อกี๋ไม่ใช่ผู้นำที่ดี แต่สามารถเป็นกัลยาณมิตรของพวกเรา ซึ่งความจริง นิยายเรื่องนี้ไม่เน้นที่ความรักฉันบุรุษสตรี หากแต่อยู่ที่คุณธรรมน้ำมิตรระหว่างบุรุษกับบุรุษ เช่นน้ำใจไมตรีของเจ็ดจอมยุทธ์บู๊ตึง ตลอดจนความรักอาทรที่เตียซำฮงมีต่อเตียฉุ่ยซัว และเจี่ยซุ่นมีต่อเตียบ้อกี๋

แต่ว่าความเศร้าสลดในขณะที่เตียซำฮงเห็นเตียฉุ่ยซัวกระทำอัตวินิบาตกรรม ตลอดจนเจี่ยซุ่นรับทราบข่าวการตายของเตียบ้อกี๋ ในเรื่องเขียนอย่างผิวเผินเกินไป ในชีวิตจริงของมนุษย์ หาได้เป็นเช่นนี้ได้

ทั้งนี้เพราะตอนนั้นข้าพเจ้ายังไม่เข้าใจกระจ่าง

กิมย้ง

มีนาคม ค.ศ. 1977

แปดเทพอสูรมังกรฟ้า – ซิมโฟนีทางวรรณกรรม

แปดเทพอสูรมังกรฟ้า

ผู้แต่ง กิมย้ง
ผู้แปล น. นพรัตน์

พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ สยามสปอร์ตซินดิเคท พิมพ์ปี พ.ศ. 2534 จำนวน 8 เล่มจบ (มีทั้ง ปกอ่อน และ ปกแข็ง)
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ ดอกหญ้า พิมพ์ปี พ.ศ. 2537 จำนวน 4 เล่มจบ (รุ่นนี้เป็นที่ต้องการของนักสะสม ยิ่งมีกล่อง ราคาจะสูงขึ้นไป)
พิมพ์ครั้งที่ 3 สพ สยามอินเตอร์คอมิคส์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2542 (ปกแดง) จำนวน 6 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 4 สพ สยามอินเตอร์บุ๊ค พิมพ์ปี พ.ศ. 2549 จำนวน 5 เล่มจบ (ปกฟ้า)

จำลอง พิศนาคะ แปล ใช้ชื่อ มังกรหยก ภาค 5 ต่อมาเรียกเป็น ภาคสมบูรณ์

พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ บันดาลสาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2520 จำนวน 15 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ บรรณกิจ พิมพ์ปี พ.ศ. 2522 จำนวน 15 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 3 สพ สร้างสรรค์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2542 (มีกล่อง) จำนวน 8 เล่มจบ

ส. เรืองอรัญ แปลใช้ชื่อ เดชพญามังกร

พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ สาส์นบันเทิง พิมพ์ปี พ.ศ. 2508 จำนวน 28 เล่มจบ (เล่มเล็ก)
มีการรวมเล่มเล็กเย็บเป็นปกแข็ง จำนวน 7 เล่มจบ

ฉบับแปลของจำลอง เป็นฉบับพิมพ์แรก จะแตกต่างจากของท่าน น. แปลซึ่งเป็นฉบับที่กิมย้งปรับปรุงใหม่พอสมควร นักสะสมควรมีติดบ้าน และ บทรัก (หรือบทตามตื้อ และก็ตื้อสำเร็จจริงๆ ด้วย) ของ ต้วนอี้ กับ แม่นางหวัง จะซาบซึ้งกว่า ฉบับของ น. นพรัตน์ นอกจากนั้นยังมีข้อแตกต่างอื่นๆ อีก คือ

1. วิชาดูดพลังของต้วนอื้อในฉบับของจำลอง ได้มาจากการกินกบพิษโดยบังเอิญ แต่ในฉบับปรับปรุง ได้มาจากคัมภีร์ของสำนักสราญรมย์ในถ้ำลับ

2. การฝึกวิชาคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นของอิ้วถังจือ ในฉบับปรับปรุงบอกว่า อิ้วถังจือ เก็บคัมภีร์ที่เซียวฮงทำหล่น มาฝึกโดยได้เดินลมปราณตามรูปในคัมภีร์ หลังจากโดนหนอนน้ำแข็งกัด แต่ฉบับของท่านจำลองพิศดารกว่ามาก โดยที่อิ้วถังจือ เก็บคัมภีร์ที่เซียวฮงทำหล่น แต่คัมภีร์เป็นภาษาสันสฤตล้วนๆ ไม่มีรูปภาพ ภายหลังอิ้วถังจือ โดนวัดเส้าหลินจับตัวไปเพราะนึกว่าเป็นพวกคีตัน ถูกส่งไปรับใช้นักบวชจากอินเดียรูปนึงที่โดนกักบริเวณไว้ในวัด และนักบวชรูปนี้ได้สอนภาษาสันสฤตให้อิ้วถังจือ เนื้อหาตอนนี้ยาวและยืดมากๆ ประมาณ 3 เล่มปกแข็ง กิมย้งเลยตัดให้กระชับขึ้นในฉบับปรับปรุงใหม่

3. ในฉบับปรุงใหม่ไม่มีการต่อสู้อันพิศดารระหว่าง วิชาเคลื่อนย้ายดวงดาว กับยอดวิชาสลายกำลัง ระหว่าง คุณชายม่อย้ง กับ คุณชายตวน

แปดเทพอสูรมังกรฟ้านี้ ถือว่า ท่านกิมย้งได้พัฒนาฝีมือการเชียนมาถึงจุดสุดยอดแล้ว ตัวละครมีมาก เรื่องราวก็ซับซ้อน แต่อ่านได้อย่างไม่สับสน ประหนึ่งดนตรีซิมโฟนีที่เล่นด้วยเครื่องดนตรีมากชิ้น แต่ทุกชิ้นส่วนผสานทักทอเป็นภูษาอันวิจิตร ฟังแล้วเพลิดเพลินสำราญใจ มีตัวเอกสามคน กิมย้งใช้วิธีเล่าถึงทีละคน ทีละเหตุการณ์ ไล่เรียงกันไป แล้วถักทอทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืนเป็นภูษาสวรรค์ไร้ตะเข็บ

ชื่อ แปดเทพอสูรมังกรฟ้า หมายถึง เทพและอมนุษย์ 8 จำพวก ในตำนานของพุทธศาสนานิกายมหายาน ซึ่งมีอิทธิฤทธิ์เฉพาะตนแตกต่างกันไป ประกอบด้วย

1. เทพ เป็นผู้มีบุญกุศล อาศัยอยู่ในสวรรค์ที่พรั่งพร้อม และอิ่มทิพย์ ทว่า ยังไม่อาจละกิเลสจากโลกียสุข เช่น ยังอยากได้หญิงงามของอสูร เป็นต้น

2. อสูร เป็นอมนุษย์ในภพภูมิที่หยาบกว่าเทพ หากเป็นชายจะสุดอัปลักษณ์ หากเป็นหญิงจะมีรูปโฉมสะคราญ อสูรมักทำสงครามกับเทพบ่อยครั้ง เพราะต่างริษยาในกันและกัน อสูรอยากได้สวรรค์และความอิ่มทิพย์ของเทพ เทพอยากได้นางงามและภักษาหารรสโอชาของอสูร ต่างสัประยุทธ์กันจนฟ้าดินปั่นป่วน

3. มังกร หรือนาค เป็นผู้สืบทอดพิทักษ์ศาสนา เปรียบกับพระชั้นผู้ใหญ่ หรืออุปถัมภกคนสำคัญ

4. ครุฑ เป็นนกที่ยิ่งใหญ่ เมื่อกางปีกออกจะครอบคลุมดินฟ้าสามแสนหกหมื่นลี้ และมีฤทธิ์มาก สามารถสร้างความสั่นสะเทือนให้แผ่นดินและจักรวาลได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่ในหนึ่งวัน ต้องกินมังกร 1 ตัว และลูกมังกร 500 ตัวเป็นอาหาร มักกล่าวกันว่า วีรบุรุษคนสำคัญคือครุฑมาเกิด

5. ยักษ์ เป็นภูตประเภทหนึ่ง อยู่ระหว่างพรมแดนของเทพ อสูร และมนุษย์ มีความแข็งแรง คล่องแคล่ว เป็นกำลังที่เคลื่อนไหวได้ทั้งดีและชั่ว บางยักษ์ช่วยคุ้มครองมนุษย์ บางยักษ์ชอบจับมนุษย์กิน

6. คนธรรพ์ เป็นเทพมังสวิรัติ ไม่แตะต้องเนื้อสัตว์สุรา แต่หลงใหลในความงามและกลิ่นหอม ส่วนตนมีฉายาและกลิ่นหอมชวนให้ผู้คนลุ่มหลง ทั้งยังแปลงกายเปลี่ยนรูปได้สุดหยั่งคะเน

7. กินนร เป็นเทพที่ชอบร้องรำทำเพลง และสร้างสีสันสำราญใจให้แก่ชาวสวรรค์

8. มโหราค เป็นอมนุษย์ชั้นต่ำต้อยที่สุด บ้างมีลำตัวเป็นมนุษย์ ศีรษะเป็นงู บ้างมีลำตัวเป็นงู ศีรษะเป็นมนุษย์ มีฤทธิ์มาก แต่ไม่มีใครอยากยุ่งเกี่ยวด้วยนัก

เพชฌฆาตหน้าหยก – ดาวร่วงทวงวิญญาณ

เพชฌฆาตหน้าหยก 7.5/10

เรื่องบู๊สุดขีดที่มันสะใจเรื่องหนึ่ง ลี้เกี่ยมเม้ง มีฉายาว่า ดาวร่วงทวงวิญญาณสะท้านแผ่นดิน เหี้ยมหาญมากบุกวัดเสียวลิ้มยี่ ทำลายค่ายกลสิบแปดอรหันต์เสียกระจุย สังหารหลวงจีนไปร่วมร้อย ถูกยุทธภพตราหน้าว่าเป็นมารร้าย

ม้าเดี่ยวเที่ยวไปในโลกกว้าง ดาวร่วงทวงวิญญาณ…สะท้านแผ้นดิน! วิชาที่ได้จากคัมภีร์ดาวร่วง สุดยอดคัมภีร์ที่จอมมารร่วงอาวเซ่าเทียนบัญญัติขึ้น ที่ชาวยุทธใฝ่ฝันได้ครอบครอง เป้าหมายการไล่ล่าจ่ากเก้าค่ายสำนักใหญ่ฝ่ายธัมมะและเหล่าอสูรร้ายมารชั่วอีกมากมาย

ลี้เกี่ยมเม้ง ใช้กระบี่เพลงกระบี่นพเก้าดาวร่วงแสดงอานุภาพอันเกรียงไกร โดยใช้วิชาเทพยดาปันจิต มือซ้ายใช้พลังฝ่ามือดาวร่วง มือขวาเป็นฝ่ามือเมฆแดง มีอานุภาพร้ายกาจมาก ศัตรูต่างพรั่นพรึงอย่างพบภูตปีศาจ บู้ลิ้มทั้งแผ่นดินสั่นสะทือนอีกครั้ง

คำคมจากเรื่อง
หากรักสตรีใดอย่าได้เทิดทูนนางเป็นเทพธิดา สตรีก็คือคนและเป็นคนที่มีไว้ให้รักไม่ให้เทิดทูน

ผู้แต่ง เซียวเส็ก
ผู้แปล ว. ณ เมืองลุง

พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ เพลินจิตต์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2507 จำนวน 44 เล่มจบ (เล่มเล็ก)
พิมพ์ครั้งที่ 1 สพ เพลินจิตต์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2507 จำนวน 5 เล่มจบ (รวมเล่มเล็ก)
พิมพ์ครั้งที่ 2 สพ ประพันธ์สาส์น พิมพ์ปี พ.ศ. 2520 จำนวน 8 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 3 สพ โชคชัยเทเวศน์ 2523 จำนวน 8 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 4 สพ บรรณาคาร พิมพ์ปี พ.ศ. 2544 จำนวน 5 เล่มจบ
พิมพ์ครั้งที่ 5 สพ สร้างสรรค์ พิมพ์ปี พ.ศ. 2547 จำนวน 3 เล่มจบ อาจยังมีจำหน่าย

ท่านใดมีภาพปกเล่มเล็กของ สพ เพลินจิตต์ ขอเอามาลงที่นี่ครับ

ผลงานของเซียวเส็กเรื่องอื่นๆ
เก้ามัจจุมาร
จอมใจจอมสังหาร
ทมิฬสำอาง
เทพทวงวิญญาณ
นักฆ่าทรนง
พญายมหน้าเย็น
อัจฉริยะหน้าหยก
อินทรีกาญจนา
ดาวเพชฌฆาต
พิชิตสุริยัน