สำนักง้อไบ๊

สำนักยุทธศิลป์ (Martial Arts) ง้อไบ๊ (จีนกลางเรียกเอ้อเหม่ย) ตั้งชื่อตามภูเขาง้อไบ๊ที่เป็นที่ตั้ง ง้อไบ๊ เสียวลิ้ม และ บู๊ตึง เป็นสามสำนักยุทธศิลป์หลักของจีนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและรู้จักกันมากที่สุด

จุดกำเนิดของยุทธศิลป์ง้อไบ๊เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของพุทธศาสนาและลัทธิเต๋า จากที่จารึกไว้ วัดพุทธที่ง้อไบ๊ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในราชวงศ์เว่ยและจิ๋น (วัดดังๆ ของจีนมักสร้างอยู่บนภูเขา) ต่อมาในราชวงศ์ถังและซ่งมีการสร้างวัดขึ้นมากมายในแถบภูเขาง้อไบ๊ จนกระทั่งถึงสมัยราชวงศ์หมิงและฉิง พุทธศาสนาได้เจริญสูงสุด

หลังจากนั่งวิปัสนา อ่านพระสูตร และ สวดมนต์แล้ว พระและนักพรต (ผู้บวชในศาสนาเต๋า) มักจะฝึกฝนยุทธศิลป์เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและสมารถคุ้มครองวัดจากโจรผู้ร้าย เนื่องจากพระและพรตที่นั่งวิปัสนากรรมฐานต่อเนื่องยาวนานจะมีพลังภายในล้ำลึก จึงมีการแลกเปลี่ยนประสพการณ์ในการฝีกฝน ยุทธศิลป์ของง้อไบ๊จึงก่อเกิดขึ้นมาอย่างนี้เอง ยุทธศิลป์ของง้อไบ๊จึงเป็นการรวมจุดเด่นและจุดแข็งของทั้งพระพุทธและพรตเต๋า โดยผสานจี้กงแบบเคลื่อนไหวของเต๋า กับจิ้กงแบบไม่เคลื่อนไหวของพุทธศาสนา รวมเป็นระบบยุทธศิลป์ของง้อไบ๊ ถ้าดูแบบนี้ เสียวลิ้มเป็นสำนักที่ฝึกจี้กงแบบไม่เคลื่อนไหวของพุทธ บู๊ตึงฝึกจี้กงแบบเคลื่อนไหวของเต๋า แต่ง้อไบ๊กลับใช้ทั้งสองแบบ

เทือกเขาง่อไบ๊

ในวรรณกรรมมังกรหยกของกิมย้ง ภาค 2 บอกว่า ก๊วยเซียง บุตรสาวของก๊วยเจ๋ง ผิดหวังรักกับเอี้ยก้วย ร่อนเร่ไปในยุทธจักร ได้พบกับเตียกุนป้อและหลวงจีนกักเอี้ยงที่เสียวลิ้ม ช่วยเหลือเตียกุนป้อ (หรือเตียซำฮง ต่อมาก่อตั้งบู๊ตึ๊ง) และหลวงจีนกักเอี้ยงหลบหนีออกจากวัดเสียวลิ้มยี่ ระหว่างทางได้ยินหลวงจีนกักเอี้ยงขณะใกล้มรณภาพท่องเคล็ดพลังเทพเก้าเอี๊ยง นางจดจำไว้ได้ขึ้นใจ หลังหลวงจีนมรณภาพแล้วนางแยกย้ายกับเตียกุนป้อ ขึ้นเขาง้อไบ๊ค้นคว้าวิชาศึกษาจนแตกฉานบรรลุ จึงก่อตั้งสำนักง้อไบ๊ขึ้นบนเขาง้อไบ๊

ในมังกรหยกภาค 3 (ฉบับ จำลอง พิศนาคะ) บรรยายว่า…

ก๊วยเซียงต้องผ่านชีวิตที่อาภัพรักมาด้วยหัวใจอันหม่นหมอง จนนางมีอายุได้สี่สิบปีในปี นางรู้แจ้งเห็นจริงในทางธรรมแห่งพระพุทธศาสนา นางจึงสละตนออกจากเพศฆราวาส บวชเป็นชีอยู่ที่ภูเขาง้อไบ๊ซัวอันเป็นยอดสูงสุด นางพยายามค้นคว้าฝึกฝนในวิชากำลังฝีมืออย่างยิ่งยวด ครั้นต่อมาในภายหลังนางได้รับศิษย์มาถ่ายทอดวิชากำลังฝีมือให้จึงกลายเป็นสำนักง้อไบ๊ซัว ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่ในแผ่นดินตงง้วนในภายหลัง

ตามบันทึกมวยของสำนักง้อไบ๊ ผู้ก่อตั้งสำนักเป็นนักบวชในลัทธิเต๋าและเป็นผู้หญิง ต่อมาจึงเข้าสู่ร่มบวรพุทธศาสนา นางฝึกฝนวิชามวยมาจากหลายสำนัก และได้คิดค้นวิชามวยที่มีรากฐานมาจากสำนักต่างๆ โดยใช้เวลาถึง 13 ปีจึงสำเร็จ เนื่องจากในจีนโบราณ เรียกผู้หญิงอีกอย่างหนึ่งว่า ง่อไบ๊ (เอ้อเหม่ย) ดังนั้นท่ามวยที่นางคิดค้นขึ้นจึงถูกเรียกว่า มวยง้อไบ๊ หลังจากนั้นเมื่อตั้งรกรากที่เขาง้อไบ๊แห่งนั้นจึงเป็นการลงตัวพอดี

ก๊วยเซียง สำเร็จวิชาที่สืบทอดจากก๊วยเจ๋ง อึ้งย้ง จิวแป๊ะทง อึ้งเอี๊ยะซือ หลายวิชา
1. กระบี่วีรสตรี
2. วรยุทธเกาะดอกท้อ (สำเร็จแค่วิชาฝ่ามือ กับดรรชนี)
3. หมัด 72 คังเม้ง
4. เก้าท่าคว้าจับ
5. เก้าอิมจินเก็ง ก๊วยเซียงสำเร็จเก้าอิมจินเก็งด้วย

วิชาที่ 3 และ 4 เป็นสุดยอดวิชาของจิวแป๊ะทง

ก๊วยเซียงนับว่าเก่งมาก ลามะจักรทองยังดูออกเลยว่าอนาคตเด็กคนนี้ต้องเป็นยอดฝีมือแน่ๆ

วิชาที่ก๊วยเซียงบัญญัติเป็นวิชาง่อไบ้ ส่วนใหญ่เป็นวิชาฝ่ามือ จริงแล้วง่อไบ้ล้ำเลิศในด้านวิชามวย
1. ฝ่ามือหิมะบินทะลวงเมฆา
2. ฝ่ามือสุดทองนิรันดร์
3. ฝ่ามือรัศมีพุทธะ
4. ฝ่ามือสี่สภาพ
5. กระบี่หวิวลมหวน
6. กระบี่กำจัดมารอสูร
7. ดรรชนีง้อไบ้

วิชาง้อไบ๊ออกแนวกว้างขวาง เพราะก๊วยเซียงออกท่องยุทธภพ ตามหาเอี้ยก้วยจวบจนอายุ 40 กระบวนท่าง้อไบ้เน้นเชิงรุก อาศัยความรวดเร็วคล่องแคล่ว พิฆาตศัตรู

แต่พอมายุคมิกจ๊อซือไท่ซึ่งเป็นเจ้าสำนักรุ่นที่ 3 ในมังกรหยกภาค 3 วิชายุทธหดหายเหลือแต่เพลงกระบี่ ดังนั้นจึงกำชับกำชานางจิวจี้เยียกศิษย์ที่หมายมั่นให้เป็นเจ้าสำนักต่อ ให้เสาะหาวิชายุทธของสำนักที่หายไป กลับคืนมา

Advertisements

1 ความเห็น

  1. ชอบง้อไบ้มากเลย


Comments RSS TrackBack Identifier URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s