ประหนึ่งหยาดฟ้ามาสู่ดิน

กิมย้งเขียนเรื่อง จอมใจจอมยุทธ เป็นเรื่องแรก ตีพิมพ์ใน หนังสือพิมพ์ The New Evening Post ลงตอนแรกเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2498 นานหนึ่งปีจึงจบเรื่อง เพียงเรื่องแรกท่านก็เปล่งประกายเจิดจ้า เป็นนักเขียนระดับนำของนิยายวรยุทธ (อู่เสีย หรือ บู๊เฮี้ยบ) ยุคใหม่ ต่อมาผลงานเรื่องที่สามของท่าน มังกรหยก ภาคหนึ่ง หรือ วีรบุรษยิงอินทรี ส่งท่านเป็นนักประพันธ์ที่มีชื่อลือลั่นไปทั่วเอเชีย ผลงานต่อๆ มา แปดเทพอสูรมังกรฟ้า และ อุ้ยเสี่ยวป้อ ยกระดับท่านเข้าสู่นักประพันธ์ชั้นเทพ ที่อดีตไม่เคยมีมา และในอนาคตไม่แน่ว่าจะพานพบ

ท่านกิมย้งรับปริญญาดุษฎีบัณฑิตจากมหาวิยาลัยเคมบริดจ์

ท่านประพันธ์นิยายทั้งหมด 15 เรื่อง มีเรื่องสั้นหนึ่งเรื่องคือ กระบี่นางพญา (Sword of the Yue Maiden) และอีก 14 เรื่องเป็นนิยายเรื่องยาว นิยายเกือบทั้งหมดลงพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์รายวัน ต่อมาจึงจัดทำเป็นรูปเล่ม นิยายของท่านทั้งหมดได้รับการแปลเป็นภาษาไทย ผู้ที่แปลครบทุกเรื่อง คือ น. นพรัตน์ นักแปลท่านอื่นได้แก่ จำลอง พิศนาคะ, ว. ณ เมือง ลุง และ คนบ้านเพ

ผลงานของท่านเรียงตามลำดับการเขียน มีดังนี้ (ชื่อภาษาไทยส่วนใหญ่เป็นชื่อเรื่องที่ได้รับการแปลของ น. นพรัตน์ ยกเว้น มังกรหยก ทั้งสามภาค เป็นชื่อที่ตั้งโดย จำลอง พิศนาคะ)

จอมใจจอมยุทธ (The Book and the Sword) ตีพิมพ์ครั้งแรกใน The New Evening Post ในปี 1955
เพ็กฮ้วยเกี่ยม (Sword Stained with Royal Blood) ตีพิมพ์ครั้งแรกใน Hong Kong Commercial Daily ในปี 1956 (จำลองแปล ใช้ชื่อ เพ็กฮ้วยเกี่ยม เช่นกัน)
มังกรหยกภาค 1 (The Legend of the Condor Heroes) ตีพิมพ์ครั้งแรกใน Hong Kong Commercial Daily ในปี 1957 (น. นพรัตน์ แปลใช้ชื่อ ก๊วยเจ๋งยอดวีรบุรุษ)
จิ้งจอกภูเขาหิมะ (Flying Fox of Snowy Mountain) ตีพิมพ์ครั้งแรก Ming Pao ฉบับปฐมฤกษ์ ในปี 1959
มังกรหยกภาค 2 (The Return of the Condor Heroes) ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1959 (น. นพรัตน์ แปลใช้ชื่อ เอี้ยก่วยเจ้าอินทรี)
จิ้งจอกอหังการ์ (Other Tales of the Flying Fox) ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1960
เทพธิดาม้าขาว (Swordswoman Riding West on White Horse) ตีพิมพ์ครั้งแรกใน Ming Pao ในปี 1961 (จำลองแปล ใช้ชือ นางพญาม้าขาว)
ดาบอ้วงเอียงตอ (Blade-dance of the Two Lovers) ตีพิมพ์ครั้งแรกใน Ming Pao ในปี 1961
มังกรหยกภาค 3 หรือ ดาบมังกรหยก (Heaven Sword and Dragon Sabre) ตีพิมพ์ครั้งแรกใน Ming Pao ในปี 1961
กระบี่ใจพิสุทธิ์ (A Deadly Secret) ตีพิมพ์ครั้งแรกใน Southeast Asia Weekly ในปี 1963 (จำลองแปล ใช้ชือ มังกรแก้ว)
แปดเทพอสูรมังกรฟ้า (Demi-Gods and Semi-Devils) ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1963 (จำลองแปล ใช้ชือ มังกรหยกภาคสมบูรณ์)
มังกรทลายฟ้า (Ode to Gallantry) ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1965 (จำลองแปล ใช้ชือ มังกรทอง)
กระบี่เย้ยยุทธจักร (The Smiling, Proud Wanderer) ตีพิมพ์ครั้งแรกใน Ming Pao ในปี 1967
อุ้ยเสี่ยวป้อ (The Deer and the Cauldron) ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 1969-1972
กระบี่นางพญา (Sword of the Yue Maiden) ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1970

นิยายมังกรหยกสามเรื่องจัดรวมเป็นไตรภาค และ แปดเทพอสูรมังกรฟ้า ถือได้ว่าเป็นภาคปฐมของไตรภาคมังกรหยก จิ้งจอกภูเขาหิมะและจิ้งจอกอหังการ์นับว่าต่อเนื่องกัน โดยมีตัวละครจากจอมใจจอมยุทธปรากฎอยู่ด้วย และตัวละครจากเรื่องเพ็กฮ้วยเกี่ยมยังปรากฎอยู่ในเรื่องอุ้ยเสี่ยวป้อ

ผลงานของท่านที่หาซื้ออ่านได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป มีเพียง ไตรภาคมังกรหยก แปดเทพอสูรมังกรฟ้า (ทั้สองเรื่องนี้มีทั้งสำนวนแปล น. นพรัตน์ พิมพ์โดย สพ. สยามอินเตอร์บุ๊ค และ จำลอง พิศนาคะ พิมพ์โดย สพ. สร้างสรรค์) จิ้งจอกภูเขาหิมะ จิ้งจอกอหังการ์ (สองเรื่องหลังนี้แปลโดย น. นพรัตน์ ตีพิมพ์โดยสองสำนักพิมพ์นี้เช่นกัน สำหรับของ สพ สร้างสรรค์ จะเหลือน้อยและมีราคาถูก) และ กระบี่เย้ยยุทธจักร (สพ. สยามอินเตอร์บุ๊ค)

นอกนั้น ส่วนเรื่องอื่นๆ ต้องออกตามล่าหาตามร้านหนังสือเก่า ร้านหนังสือบนเน็ท ซึ่งแล้วแต่บุญวาสนาให้พบพานแล้ว รุ่นที่นับว่าดีที่สุด ถือเป็นอัญญมณี พิมพ์โดย สพ. ดอกหญ้า มีกล่อง เป็นที่ต้องการของนักสะสมอย่างมาก ราคาขึ้นไปหลายเท่าตัวจากราคาปก


จอมใจจอมยุทธ ที่มีชื่อ ภาษาจีนว่า จือเกี่ยมอึ้งชิ้วลก (书剑恩仇录) แปลว่า คัมภีร์และกระบี่: บันทึกบุญคุณความแค้น เป็นเรื่องราววีรกรรมของพี่น้องสมาคมดอกไม้แดง ที่มีเป้าหมายโค่นล้มการปกครองของแมนจูเหนือแผ่นดินจีน ในรัชสมัย เฉียนหลงฮ่องเต้ และความเกี่ยวพันกับชนเผ่าอิสลามที่ตั้งถิ่นฐาน นอกกำแพงใหญ่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ ปัจจุบันเป็นมนฑลซินเกียงของจีน คำว่า คัมภึร์ในชื่อนิยาย หมายถึง คัมภีกุรอ่าน

ระหว่างการเดินทางของตั้งแกลก (เฉินเจี่ยลั่ว) ประมุขสมาคมดอกไม้แดงไปช่วยเหลือเผ่าอิสลามจากการบุกรุกของกองทัพราชวงศ์ชิง เขาพบกับผู้หญิงที่สวยที่สุดในจักรวาลของกิมย้ง ในสถานที่วิจิตรงดงามทีกิมย้งบรรยายดุจวิมานในแดนดิน ดังนี้

“บนท้องทะเลทรายอันรกร้าง พลันปรากฎทิวทัศน์วิจิตรงดงามเช่นนี้…”

“ตอนใต้บึงมีลำธารน้ำตกอีกสายหนึ่ง สะเก็ดน้ำแตกกระเซ็นซ่าน ภายใต้แสงอาทิตย์สาดส่องเป็นสายรุ้งเส้นหนึ่ง รอบบึงปรากฎต้นไม้บุปผาขึ้นแซม สีแดงชาวของต้นไม้สะท้อนลงผิวบึงเขียวสดใส กอปรเป็นทิวทัศน์วิจิตรพิสดาร”

“ตั้งแกลกชมดูจนอ้าปากค้าง ได้ยินนกน้อยบนต้นไม้ร้องเริงร่า กอนน้ำแข็งในบึงกระทบกัน กอปรกับเสียงน้ำตก ผสานเป็นทำนองดนตรีชนิดหนึ่ง”

การปรากฎตัวของ ฟาติลี บุตรสาวประมุขเผ่าอิสลาม ผู้เป็นสุดยอดของความงดงาม ท่ามกลางทิวทัศน์วิจิตรงดงาม ที่กิมย้งไม่ได้บรรยายมากมาย เพียงแค่…

“พลันเห็นน้ำในบึงกิดระลอกขึ้นเล็กน้อย มือขาวผ่องประดุจหยกยื่นปราดขึ้นมา จากนั้นปรากฎศีรษะเปียกชุ่มโชกโผล่จากผิวน้ำ…

พริบตานั้น ตั้งแกลกเห็นชัดตาว่านั่นเป็นดรุณีสาวงามผุดผาดนางหนึ่ง…

ท่ามกลางต้นไม้เขียวขจี เผยเห็นผิวพรรณขาวพ่องปานเย้ยหิมะ… เพ่งดวงตาสุกใสปานดาวเรืองบนท้องฟ้าจ้องมา”

ยามนั้น ตั้งแกลกยังเข้าใจว่าเป็นเทพวารี หรือไม่ก็เป็นอัปสรสวรรค์ ความงดงามของเธอที่สุดฟ้าสุดดินนี้กิมย้งบรยายให้เราทราบผ่านทางปฏิกิริยาของผู้คนที่พบเธอ

ภาพของฟาติลีตามจินตนากรของจิตรกร คงไม่ถึงหนึ่งหมื่นของตัวตนในนิยาย

(ยังเขียนไม่จบ)

Advertisements

ใส่ความเห็น

ยังไม่มีความเห็น

Comments RSS TrackBack Identifier URI

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s